ตัวประกอบของ 72013 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 72013
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 72013 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 72013 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 72013 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 72013 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 72013 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 23, 31, 101, 713, 2323, 3131, 72013
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 72013 ÷ 1 | = | 72013 | เหลือเศษ 0 |
| 72013 ÷ 23 | = | 3131 | เหลือเศษ 0 |
| 72013 ÷ 31 | = | 2323 | เหลือเศษ 0 |
| 72013 ÷ 101 | = | 713 | เหลือเศษ 0 |
| 72013 ÷ 713 | = | 101 | เหลือเศษ 0 |
| 72013 ÷ 2323 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 72013 ÷ 3131 | = | 23 | เหลือเศษ 0 |
| 72013 ÷ 72013 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 72013
| 1 x 72013 | = | 72013 |
| 23 x 3131 | = | 72013 |
| 31 x 2323 | = | 72013 |
| 101 x 713 | = | 72013 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 72013
1 + 23 + 31 + 101 + 713 + 2323 + 3131 + 72013 = 78336
▶ ตัวประกอบของ 72013 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
23, 31, 101
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 72013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
72013 = 23 x 31 x 101
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 72013 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 72013 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 72013 มา 1 คู่ เช่น 23 x 3131
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 72013
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 72013 แบบที่หนึ่ง
- 72013
- 101
- 713
- 23
- 31
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 72013 แบบที่สอง
- 72013
- 23
- 3131
- 31
- 101
ดังนั้น 72013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
72013 =
23 x 31 x 101
2. การแยกตัวประกอบของ 72013 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 72013 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 72013 นั้นก็คือ 23, 31, 101 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 72013
23)7201331)3131101)1011ดังนั้น 72013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้72013 = 23 x 31 x 101วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 72013
1แยกตัวประกอบของ 72013 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 231 x 311 x 10112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 101 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 72013 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 72013 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 72013 นั้นก็คือ 23, 31, 101 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 72013
23
)72013
31
)3131
101
)101
1
ดังนั้น 72013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
72013 = 23 x 31 x 101
1แยกตัวประกอบของ 72013 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 231 x 311 x 1011
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 101 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 72013 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 72013 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
