ตัวประกอบของ 64467 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 64467
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 64467 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 64467 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 64467 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 64467 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 64467 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 3, 9, 13, 19, 29, 39, 57, 87, 117, 171, 247, 261, 377, 551, 741, 1131, 1653, 2223, 3393, 4959, 7163, 21489, 64467
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 64467 ÷ 1 | = | 64467 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 3 | = | 21489 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 9 | = | 7163 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 13 | = | 4959 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 19 | = | 3393 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 29 | = | 2223 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 39 | = | 1653 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 57 | = | 1131 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 87 | = | 741 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 117 | = | 551 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 171 | = | 377 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 247 | = | 261 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 261 | = | 247 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 377 | = | 171 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 551 | = | 117 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 741 | = | 87 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 1131 | = | 57 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 1653 | = | 39 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 2223 | = | 29 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 3393 | = | 19 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 4959 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 7163 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 21489 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 64467 ÷ 64467 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 64467
| 1 x 64467 | = | 64467 |
| 3 x 21489 | = | 64467 |
| 9 x 7163 | = | 64467 |
| 13 x 4959 | = | 64467 |
| 19 x 3393 | = | 64467 |
| 29 x 2223 | = | 64467 |
| 39 x 1653 | = | 64467 |
| 57 x 1131 | = | 64467 |
| 87 x 741 | = | 64467 |
| 117 x 551 | = | 64467 |
| 171 x 377 | = | 64467 |
| 247 x 261 | = | 64467 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 64467
1 + 3 + 9 + 13 + 19 + 29 + 39 + 57 + 87 + 117 + 171 + 247 + 261 + 377 + 551 + 741 + 1131 + 1653 + 2223 + 3393 + 4959 + 7163 + 21489 + 64467 = 109200
▶ ตัวประกอบของ 64467 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
3, 13, 19, 29
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 64467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
64467 = 3 x 3 x 13 x 19 x 29
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 64467 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
64467 = 32 x 13 x 19 x 29
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 64467 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
64467 = 32 x 13 x 19 x 29
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 64467 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 64467 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 64467 มา 1 คู่ เช่น 3 x 21489
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 64467
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 64467 แบบที่หนึ่ง
- 64467
- 247
- 13
- 19
- 261
- 9
- 3
- 3
- 29
- 9
- 247
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 64467 แบบที่สอง
- 64467
- 3
- 21489
- 3
- 7163
- 13
- 551
- 19
- 29
ดังนั้น 64467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
64467 =
3 x 3 x 13 x 19 x 29
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
64467 =
32 x 13 x 19 x 29 หรือ 32 x 131 x 191 x 291
2. การแยกตัวประกอบของ 64467 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 64467 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 64467 นั้นก็คือ 3, 13, 19, 29 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 64467
3)644673)2148913)716319)55129)291ดังนั้น 64467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้64467 = 3 x 3 x 13 x 19 x 29หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง64467 = 32 x 13 x 19 x 29 หรือ 32 x 131 x 191 x 291วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 64467
1แยกตัวประกอบของ 64467 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 131 x 191 x 2912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 64467 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 64467 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 64467 นั้นก็คือ 3, 13, 19, 29 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 64467
3
)64467
3
)21489
13
)7163
19
)551
29
)29
1
ดังนั้น 64467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
64467 = 3 x 3 x 13 x 19 x 29
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
64467 = 32 x 13 x 19 x 29 หรือ 32 x 131 x 191 x 291
1แยกตัวประกอบของ 64467 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 131 x 191 x 291
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 64467 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 64467 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
