ตัวประกอบของ 63216 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 63216
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 63216 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 63216 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 63216 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 63216 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 63216 มีทั้งหมด 30 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 8, 9, 12, 16, 18, 24, 36, 48, 72, 144, 439, 878, 1317, 1756, 2634, 3512, 3951, 5268, 7024, 7902, 10536, 15804, 21072, 31608, 63216
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 63216 ÷ 1 | = | 63216 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 2 | = | 31608 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 3 | = | 21072 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 4 | = | 15804 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 6 | = | 10536 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 8 | = | 7902 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 9 | = | 7024 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 12 | = | 5268 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 16 | = | 3951 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 18 | = | 3512 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 24 | = | 2634 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 36 | = | 1756 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 48 | = | 1317 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 72 | = | 878 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 144 | = | 439 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 439 | = | 144 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 878 | = | 72 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 1317 | = | 48 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 1756 | = | 36 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 2634 | = | 24 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 3512 | = | 18 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 3951 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 5268 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 7024 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 7902 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 10536 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 15804 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 21072 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 31608 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 63216 ÷ 63216 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 63216
| 1 x 63216 | = | 63216 |
| 2 x 31608 | = | 63216 |
| 3 x 21072 | = | 63216 |
| 4 x 15804 | = | 63216 |
| 6 x 10536 | = | 63216 |
| 8 x 7902 | = | 63216 |
| 9 x 7024 | = | 63216 |
| 12 x 5268 | = | 63216 |
| 16 x 3951 | = | 63216 |
| 18 x 3512 | = | 63216 |
| 24 x 2634 | = | 63216 |
| 36 x 1756 | = | 63216 |
| 48 x 1317 | = | 63216 |
| 72 x 878 | = | 63216 |
| 144 x 439 | = | 63216 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 63216
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 8 + 9 + 12 + 16 + 18 + 24 + 36 + 48 + 72 + 144 + 439 + 878 + 1317 + 1756 + 2634 + 3512 + 3951 + 5268 + 7024 + 7902 + 10536 + 15804 + 21072 + 31608 + 63216 = 177320
▶ ตัวประกอบของ 63216 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 439
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 63216 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
63216 = 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 3 x 439
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 63216 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
63216 = 24 x 32 x 439
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 63216 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
63216 = 24 x 32 x 439
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 63216 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 63216 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 63216 มา 1 คู่ เช่น 2 x 31608
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 63216
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 63216 แบบที่หนึ่ง
- 63216
- 144
- 12
- 3
- 4
- 2
- 2
- 12
- 3
- 4
- 2
- 2
- 12
- 439
- 144
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 63216 แบบที่สอง
- 63216
- 2
- 31608
- 2
- 15804
- 2
- 7902
- 2
- 3951
- 3
- 1317
- 3
- 439
ดังนั้น 63216 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
63216 =
2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 3 x 439
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
63216 =
24 x 32 x 439 หรือ 24 x 32 x 4391
2. การแยกตัวประกอบของ 63216 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 63216 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 63216 นั้นก็คือ 2, 3, 439 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 63216
2)632162)316082)158042)79023)39513)1317439)4391ดังนั้น 63216 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้63216 = 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 3 x 439หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง63216 = 24 x 32 x 439 หรือ 24 x 32 x 4391วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 63216
1แยกตัวประกอบของ 63216 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 32 x 43912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 439 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 3 x 2 = 30✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 63216 มีทั้งหมด 30 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 63216 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 63216 นั้นก็คือ 2, 3, 439 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 63216
2
)63216
2
)31608
2
)15804
2
)7902
3
)3951
3
)1317
439
)439
1
ดังนั้น 63216 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
63216 = 2 x 2 x 2 x 2 x 3 x 3 x 439
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
63216 = 24 x 32 x 439 หรือ 24 x 32 x 4391
1แยกตัวประกอบของ 63216 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 32 x 4391
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 439 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 3 x 2 = 30✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 63216 มีทั้งหมด 30 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 63216 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
