ตัวประกอบของ 46969 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 46969
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 46969 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 46969 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 46969 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 46969 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 46969 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 13, 3613, 46969
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 46969 ÷ 1 | = | 46969 | เหลือเศษ 0 |
| 46969 ÷ 13 | = | 3613 | เหลือเศษ 0 |
| 46969 ÷ 3613 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 46969 ÷ 46969 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 46969
| 1 x 46969 | = | 46969 |
| 13 x 3613 | = | 46969 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 46969
1 + 13 + 3613 + 46969 = 50596
▶ ตัวประกอบของ 46969 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
13, 3613
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 46969 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
46969 = 13 x 3613
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 46969 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 46969 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 46969 มา 1 คู่ เช่น 13 x 3613
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 46969
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 46969
- 46969
- 13
- 3613
ดังนั้น 46969 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
46969 =
13 x 3613
2. การแยกตัวประกอบของ 46969 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 46969 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 46969 นั้นก็คือ 13, 3613 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 46969
13)469693613)36131ดังนั้น 46969 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้46969 = 13 x 3613วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 46969
1แยกตัวประกอบของ 46969 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 361312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3613 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 46969 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 46969 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 46969 นั้นก็คือ 13, 3613 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 46969
13
)46969
3613
)3613
1
ดังนั้น 46969 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
46969 = 13 x 3613
1แยกตัวประกอบของ 46969 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 36131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3613 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 46969 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 46969 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
