โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 33532 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 33532

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 33532 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 33532 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 4, 83, 101, 166, 202, 332, 404, 8383, 16766, 33532
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
33532 ÷ 1=33532เหลือเศษ 0
33532 ÷ 2=16766เหลือเศษ 0
33532 ÷ 4=8383เหลือเศษ 0
33532 ÷ 83=404เหลือเศษ 0
33532 ÷ 101=332เหลือเศษ 0
33532 ÷ 166=202เหลือเศษ 0
33532 ÷ 202=166เหลือเศษ 0
33532 ÷ 332=101เหลือเศษ 0
33532 ÷ 404=83เหลือเศษ 0
33532 ÷ 8383=4เหลือเศษ 0
33532 ÷ 16766=2เหลือเศษ 0
33532 ÷ 33532=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 33532
1 x 33532
2 x 16766
4 x 8383
83 x 404
101 x 332
166 x 202
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 33532
1 + 2 + 4 + 83 + 101 + 166 + 202 + 332 + 404 + 8383 + 16766 + 33532 = 59976
ตัวประกอบของ 33532 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 83, 101
การแยกตัวประกอบคืออะไร

33532 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

33532 = 2 x 2 x 83 x 101
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 33532 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
33532 = 22 x 83 x 101
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 33532 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 33532 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 33532 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16766
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33532
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33532 แบบที่หนึ่ง
  • 33532
    • 166
      • 2
      • 83
    • 202
      • 2
      • 101

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33532 แบบที่สอง
  • 33532
    • 2
    • 16766
      • 2
      • 8383
        • 83
        • 101
ดังนั้น 33532 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33532 = 2 x 2 x 83 x 101
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
33532 = 22 x 83 x 101 หรือ 22 x 831 x 1011

2. การแยกตัวประกอบของ 33532 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 33532 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33532 นั้นก็คือ 2, 83, 101 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33532

2
)33532
2
)16766
83
)8383
101
)101
1
ดังนั้น 33532 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33532 = 2 x 2 x 83 x 101
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
33532 = 22 x 83 x 101 หรือ 22 x 831 x 1011

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 33532

1แยกตัวประกอบของ 33532 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 831 x 1011
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 83 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 101 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33532 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 33532 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇