ตัวประกอบของ 32106 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32106
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32106 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32106 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32106 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32106 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32106 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 5351, 10702, 16053, 32106
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32106 ÷ 1 | = | 32106 | เหลือเศษ 0 |
| 32106 ÷ 2 | = | 16053 | เหลือเศษ 0 |
| 32106 ÷ 3 | = | 10702 | เหลือเศษ 0 |
| 32106 ÷ 6 | = | 5351 | เหลือเศษ 0 |
| 32106 ÷ 5351 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 32106 ÷ 10702 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 32106 ÷ 16053 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 32106 ÷ 32106 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32106
| 1 x 32106 | = | 32106 |
| 2 x 16053 | = | 32106 |
| 3 x 10702 | = | 32106 |
| 6 x 5351 | = | 32106 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32106
1 + 2 + 3 + 6 + 5351 + 10702 + 16053 + 32106 = 64224
▶ ตัวประกอบของ 32106 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 5351
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32106 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32106 = 2 x 3 x 5351
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32106 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32106 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32106 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16053
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32106
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32106 แบบที่หนึ่ง
- 32106
- 6
- 2
- 3
- 5351
- 6
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32106 แบบที่สอง
- 32106
- 2
- 16053
- 3
- 5351
ดังนั้น 32106 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32106 =
2 x 3 x 5351
2. การแยกตัวประกอบของ 32106 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32106 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32106 นั้นก็คือ 2, 3, 5351 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32106
2)321063)160535351)53511ดังนั้น 32106 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32106 = 2 x 3 x 5351วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32106
1แยกตัวประกอบของ 32106 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 535112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5351 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32106 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32106 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32106 นั้นก็คือ 2, 3, 5351 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32106
2
)32106
3
)16053
5351
)5351
1
ดังนั้น 32106 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32106 = 2 x 3 x 5351
1แยกตัวประกอบของ 32106 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 53511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5351 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32106 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32106 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
