โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 31368 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 31368

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 31368 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 31368 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 24, 1307, 2614, 3921, 5228, 7842, 10456, 15684, 31368
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
31368 ÷ 1=31368เหลือเศษ 0
31368 ÷ 2=15684เหลือเศษ 0
31368 ÷ 3=10456เหลือเศษ 0
31368 ÷ 4=7842เหลือเศษ 0
31368 ÷ 6=5228เหลือเศษ 0
31368 ÷ 8=3921เหลือเศษ 0
31368 ÷ 12=2614เหลือเศษ 0
31368 ÷ 24=1307เหลือเศษ 0
31368 ÷ 1307=24เหลือเศษ 0
31368 ÷ 2614=12เหลือเศษ 0
31368 ÷ 3921=8เหลือเศษ 0
31368 ÷ 5228=6เหลือเศษ 0
31368 ÷ 7842=4เหลือเศษ 0
31368 ÷ 10456=3เหลือเศษ 0
31368 ÷ 15684=2เหลือเศษ 0
31368 ÷ 31368=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 31368
1 x 31368
2 x 15684
3 x 10456
4 x 7842
6 x 5228
8 x 3921
12 x 2614
24 x 1307
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 31368
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 8 + 12 + 24 + 1307 + 2614 + 3921 + 5228 + 7842 + 10456 + 15684 + 31368 = 78480
ตัวประกอบของ 31368 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 1307
การแยกตัวประกอบคืออะไร

31368 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

31368 = 2 x 2 x 2 x 3 x 1307
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 31368 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
31368 = 23 x 3 x 1307
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 31368 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 31368 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 31368 มา 1 คู่ เช่น 2 x 15684
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31368
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31368 แบบที่หนึ่ง
  • 31368
    • 24
      • 4
        • 2
        • 2
      • 6
        • 2
        • 3
    • 1307

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31368 แบบที่สอง
  • 31368
    • 2
    • 15684
      • 2
      • 7842
        • 2
        • 3921
          • 3
          • 1307
ดังนั้น 31368 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31368 = 2 x 2 x 2 x 3 x 1307
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31368 = 23 x 3 x 1307 หรือ 23 x 31 x 13071

2. การแยกตัวประกอบของ 31368 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 31368 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31368 นั้นก็คือ 2, 3, 1307 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31368

2
)31368
2
)15684
2
)7842
3
)3921
1307
)1307
1
ดังนั้น 31368 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31368 = 2 x 2 x 2 x 3 x 1307
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31368 = 23 x 3 x 1307 หรือ 23 x 31 x 13071

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 31368

1แยกตัวประกอบของ 31368 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 31 x 13071
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 1307 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31368 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 31368 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇