ตัวประกอบของ 51007 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 51007
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 51007 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 51007 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 51007 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 51007 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 51007 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 11, 4637, 51007
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 51007 ÷ 1 | = | 51007 | เหลือเศษ 0 |
| 51007 ÷ 11 | = | 4637 | เหลือเศษ 0 |
| 51007 ÷ 4637 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 51007 ÷ 51007 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 51007
| 1 x 51007 | = | 51007 |
| 11 x 4637 | = | 51007 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 51007
1 + 11 + 4637 + 51007 = 55656
▶ ตัวประกอบของ 51007 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
11, 4637
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 51007 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51007 = 11 x 4637
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 51007 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 51007 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 51007 มา 1 คู่ เช่น 11 x 4637
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51007
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51007
- 51007
- 11
- 4637
ดังนั้น 51007 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51007 =
11 x 4637
2. การแยกตัวประกอบของ 51007 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 51007 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51007 นั้นก็คือ 11, 4637 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51007
11)510074637)46371ดังนั้น 51007 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้51007 = 11 x 4637วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 51007
1แยกตัวประกอบของ 51007 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 111 x 463712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 4637 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51007 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 51007 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51007 นั้นก็คือ 11, 4637 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51007
11
)51007
4637
)4637
1
ดังนั้น 51007 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51007 = 11 x 4637
1แยกตัวประกอบของ 51007 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 111 x 46371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 4637 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51007 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 51007 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
