ตัวประกอบของ 51017 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 51017
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 51017 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 51017 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 51017 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 51017 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 51017 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 17, 3001, 51017
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 51017 ÷ 1 | = | 51017 | เหลือเศษ 0 |
| 51017 ÷ 17 | = | 3001 | เหลือเศษ 0 |
| 51017 ÷ 3001 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 51017 ÷ 51017 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 51017
| 1 x 51017 | = | 51017 |
| 17 x 3001 | = | 51017 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 51017
1 + 17 + 3001 + 51017 = 54036
▶ ตัวประกอบของ 51017 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
17, 3001
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 51017 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51017 = 17 x 3001
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 51017 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 51017 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 51017 มา 1 คู่ เช่น 17 x 3001
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51017
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51017
- 51017
- 17
- 3001
ดังนั้น 51017 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51017 =
17 x 3001
2. การแยกตัวประกอบของ 51017 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 51017 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51017 นั้นก็คือ 17, 3001 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51017
17)510173001)30011ดังนั้น 51017 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้51017 = 17 x 3001วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 51017
1แยกตัวประกอบของ 51017 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 171 x 300112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3001 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51017 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 51017 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51017 นั้นก็คือ 17, 3001 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51017
17
)51017
3001
)3001
1
ดังนั้น 51017 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51017 = 17 x 3001
1แยกตัวประกอบของ 51017 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 171 x 30011
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3001 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51017 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 51017 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
