โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32350 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32350

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32350 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32350 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 5, 10, 25, 50, 647, 1294, 3235, 6470, 16175, 32350
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32350 ÷ 1=32350เหลือเศษ 0
32350 ÷ 2=16175เหลือเศษ 0
32350 ÷ 5=6470เหลือเศษ 0
32350 ÷ 10=3235เหลือเศษ 0
32350 ÷ 25=1294เหลือเศษ 0
32350 ÷ 50=647เหลือเศษ 0
32350 ÷ 647=50เหลือเศษ 0
32350 ÷ 1294=25เหลือเศษ 0
32350 ÷ 3235=10เหลือเศษ 0
32350 ÷ 6470=5เหลือเศษ 0
32350 ÷ 16175=2เหลือเศษ 0
32350 ÷ 32350=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32350
1 x 32350
2 x 16175
5 x 6470
10 x 3235
25 x 1294
50 x 647
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32350
1 + 2 + 5 + 10 + 25 + 50 + 647 + 1294 + 3235 + 6470 + 16175 + 32350 = 60264
ตัวประกอบของ 32350 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 5, 647
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32350 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32350 = 2 x 5 x 5 x 647
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32350 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32350 = 2 x 52 x 647
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32350 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32350 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32350 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16175
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32350
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32350 แบบที่หนึ่ง
  • 32350
    • 50
      • 5
      • 10
        • 2
        • 5
    • 647

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32350 แบบที่สอง
  • 32350
    • 2
    • 16175
      • 5
      • 3235
        • 5
        • 647
ดังนั้น 32350 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32350 = 2 x 5 x 5 x 647
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32350 = 2 x 52 x 647 หรือ 21 x 52 x 6471

2. การแยกตัวประกอบของ 32350 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32350 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32350 นั้นก็คือ 2, 5, 647 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32350

2
)32350
5
)16175
5
)3235
647
)647
1
ดังนั้น 32350 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32350 = 2 x 5 x 5 x 647
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32350 = 2 x 52 x 647 หรือ 21 x 52 x 6471

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32350

1แยกตัวประกอบของ 32350 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 52 x 6471
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 647 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32350 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32350 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇