โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 31496 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 31496

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 31496 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 31496 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 31, 62, 124, 127, 248, 254, 508, 1016, 3937, 7874, 15748, 31496
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
31496 ÷ 1=31496เหลือเศษ 0
31496 ÷ 2=15748เหลือเศษ 0
31496 ÷ 4=7874เหลือเศษ 0
31496 ÷ 8=3937เหลือเศษ 0
31496 ÷ 31=1016เหลือเศษ 0
31496 ÷ 62=508เหลือเศษ 0
31496 ÷ 124=254เหลือเศษ 0
31496 ÷ 127=248เหลือเศษ 0
31496 ÷ 248=127เหลือเศษ 0
31496 ÷ 254=124เหลือเศษ 0
31496 ÷ 508=62เหลือเศษ 0
31496 ÷ 1016=31เหลือเศษ 0
31496 ÷ 3937=8เหลือเศษ 0
31496 ÷ 7874=4เหลือเศษ 0
31496 ÷ 15748=2เหลือเศษ 0
31496 ÷ 31496=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 31496
1 x 31496
2 x 15748
4 x 7874
8 x 3937
31 x 1016
62 x 508
124 x 254
127 x 248
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 31496
1 + 2 + 4 + 8 + 31 + 62 + 124 + 127 + 248 + 254 + 508 + 1016 + 3937 + 7874 + 15748 + 31496 = 61440
ตัวประกอบของ 31496 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 31, 127
การแยกตัวประกอบคืออะไร

31496 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

31496 = 2 x 2 x 2 x 31 x 127
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 31496 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
31496 = 23 x 31 x 127
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 31496 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 31496 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 31496 มา 1 คู่ เช่น 2 x 15748
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31496
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31496 แบบที่หนึ่ง
  • 31496
    • 127
    • 248
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 31

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31496 แบบที่สอง
  • 31496
    • 2
    • 15748
      • 2
      • 7874
        • 2
        • 3937
          • 31
          • 127
ดังนั้น 31496 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31496 = 2 x 2 x 2 x 31 x 127
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31496 = 23 x 31 x 127 หรือ 23 x 311 x 1271

2. การแยกตัวประกอบของ 31496 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 31496 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31496 นั้นก็คือ 2, 31, 127 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31496

2
)31496
2
)15748
2
)7874
31
)3937
127
)127
1
ดังนั้น 31496 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31496 = 2 x 2 x 2 x 31 x 127
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31496 = 23 x 31 x 127 หรือ 23 x 311 x 1271

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 31496

1แยกตัวประกอบของ 31496 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 311 x 1271
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 127 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31496 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 31496 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇