ตัวประกอบของ 31376 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 31376
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 31376 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 31376 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 31376 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 31376 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 31376 มีทั้งหมด 20 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 16, 37, 53, 74, 106, 148, 212, 296, 424, 592, 848, 1961, 3922, 7844, 15688, 31376
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 31376 ÷ 1 | = | 31376 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 2 | = | 15688 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 4 | = | 7844 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 8 | = | 3922 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 16 | = | 1961 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 37 | = | 848 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 53 | = | 592 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 74 | = | 424 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 106 | = | 296 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 148 | = | 212 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 212 | = | 148 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 296 | = | 106 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 424 | = | 74 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 592 | = | 53 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 848 | = | 37 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 1961 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 3922 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 7844 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 15688 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 31376 ÷ 31376 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 31376
| 1 x 31376 | = | 31376 |
| 2 x 15688 | = | 31376 |
| 4 x 7844 | = | 31376 |
| 8 x 3922 | = | 31376 |
| 16 x 1961 | = | 31376 |
| 37 x 848 | = | 31376 |
| 53 x 592 | = | 31376 |
| 74 x 424 | = | 31376 |
| 106 x 296 | = | 31376 |
| 148 x 212 | = | 31376 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 31376
1 + 2 + 4 + 8 + 16 + 37 + 53 + 74 + 106 + 148 + 212 + 296 + 424 + 592 + 848 + 1961 + 3922 + 7844 + 15688 + 31376 = 63612
▶ ตัวประกอบของ 31376 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 37, 53
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 31376 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31376 = 2 x 2 x 2 x 2 x 37 x 53
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 31376 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
31376 = 24 x 37 x 53
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 31376 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
31376 = 24 x 37 x 53
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 31376 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 31376 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 31376 มา 1 คู่ เช่น 2 x 15688
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31376
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31376 แบบที่หนึ่ง
- 31376
- 148
- 4
- 2
- 2
- 37
- 4
- 212
- 4
- 2
- 2
- 53
- 4
- 148
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31376 แบบที่สอง
- 31376
- 2
- 15688
- 2
- 7844
- 2
- 3922
- 2
- 1961
- 37
- 53
ดังนั้น 31376 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31376 =
2 x 2 x 2 x 2 x 37 x 53
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31376 =
24 x 37 x 53 หรือ 24 x 371 x 531
2. การแยกตัวประกอบของ 31376 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 31376 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31376 นั้นก็คือ 2, 37, 53 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31376
2)313762)156882)78442)392237)196153)531ดังนั้น 31376 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้31376 = 2 x 2 x 2 x 2 x 37 x 53หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง31376 = 24 x 37 x 53 หรือ 24 x 371 x 531วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 31376
1แยกตัวประกอบของ 31376 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 371 x 5312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 53 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31376 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 31376 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31376 นั้นก็คือ 2, 37, 53 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31376
2
)31376
2
)15688
2
)7844
2
)3922
37
)1961
53
)53
1
ดังนั้น 31376 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31376 = 2 x 2 x 2 x 2 x 37 x 53
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31376 = 24 x 37 x 53 หรือ 24 x 371 x 531
1แยกตัวประกอบของ 31376 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 371 x 531
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 53 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31376 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 31376 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
