โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 20056 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 20056

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 20056 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 20056 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 23, 46, 92, 109, 184, 218, 436, 872, 2507, 5014, 10028, 20056
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
20056 ÷ 1=20056เหลือเศษ 0
20056 ÷ 2=10028เหลือเศษ 0
20056 ÷ 4=5014เหลือเศษ 0
20056 ÷ 8=2507เหลือเศษ 0
20056 ÷ 23=872เหลือเศษ 0
20056 ÷ 46=436เหลือเศษ 0
20056 ÷ 92=218เหลือเศษ 0
20056 ÷ 109=184เหลือเศษ 0
20056 ÷ 184=109เหลือเศษ 0
20056 ÷ 218=92เหลือเศษ 0
20056 ÷ 436=46เหลือเศษ 0
20056 ÷ 872=23เหลือเศษ 0
20056 ÷ 2507=8เหลือเศษ 0
20056 ÷ 5014=4เหลือเศษ 0
20056 ÷ 10028=2เหลือเศษ 0
20056 ÷ 20056=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 20056
1 x 20056
2 x 10028
4 x 5014
8 x 2507
23 x 872
46 x 436
92 x 218
109 x 184
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 20056
1 + 2 + 4 + 8 + 23 + 46 + 92 + 109 + 184 + 218 + 436 + 872 + 2507 + 5014 + 10028 + 20056 = 39600
ตัวประกอบของ 20056 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 23, 109
การแยกตัวประกอบคืออะไร

20056 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

20056 = 2 x 2 x 2 x 23 x 109
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 20056 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
20056 = 23 x 23 x 109
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 20056 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 20056 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 20056 มา 1 คู่ เช่น 2 x 10028
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20056
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20056 แบบที่หนึ่ง
  • 20056
    • 109
    • 184
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 23

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20056 แบบที่สอง
  • 20056
    • 2
    • 10028
      • 2
      • 5014
        • 2
        • 2507
          • 23
          • 109
ดังนั้น 20056 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20056 = 2 x 2 x 2 x 23 x 109
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20056 = 23 x 23 x 109 หรือ 23 x 231 x 1091

2. การแยกตัวประกอบของ 20056 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 20056 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20056 นั้นก็คือ 2, 23, 109 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20056

2
)20056
2
)10028
2
)5014
23
)2507
109
)109
1
ดังนั้น 20056 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20056 = 2 x 2 x 2 x 23 x 109
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20056 = 23 x 23 x 109 หรือ 23 x 231 x 1091

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 20056

1แยกตัวประกอบของ 20056 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 231 x 1091
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 109 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20056 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 20056 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇