โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 20043 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 20043

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 20043 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 20043 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 3, 9, 17, 51, 131, 153, 393, 1179, 2227, 6681, 20043
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
20043 ÷ 1=20043เหลือเศษ 0
20043 ÷ 3=6681เหลือเศษ 0
20043 ÷ 9=2227เหลือเศษ 0
20043 ÷ 17=1179เหลือเศษ 0
20043 ÷ 51=393เหลือเศษ 0
20043 ÷ 131=153เหลือเศษ 0
20043 ÷ 153=131เหลือเศษ 0
20043 ÷ 393=51เหลือเศษ 0
20043 ÷ 1179=17เหลือเศษ 0
20043 ÷ 2227=9เหลือเศษ 0
20043 ÷ 6681=3เหลือเศษ 0
20043 ÷ 20043=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 20043
1 x 20043
3 x 6681
9 x 2227
17 x 1179
51 x 393
131 x 153
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 20043
1 + 3 + 9 + 17 + 51 + 131 + 153 + 393 + 1179 + 2227 + 6681 + 20043 = 30888
ตัวประกอบของ 20043 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 17, 131
การแยกตัวประกอบคืออะไร

20043 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

20043 = 3 x 3 x 17 x 131
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 20043 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
20043 = 32 x 17 x 131
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 20043 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 20043 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 20043 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6681
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20043
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20043 แบบที่หนึ่ง
  • 20043
    • 131
    • 153
      • 9
        • 3
        • 3
      • 17

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 20043 แบบที่สอง
  • 20043
    • 3
    • 6681
      • 3
      • 2227
        • 17
        • 131
ดังนั้น 20043 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20043 = 3 x 3 x 17 x 131
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20043 = 32 x 17 x 131 หรือ 32 x 171 x 1311

2. การแยกตัวประกอบของ 20043 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 20043 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 20043 นั้นก็คือ 3, 17, 131 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 20043

3
)20043
3
)6681
17
)2227
131
)131
1
ดังนั้น 20043 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
20043 = 3 x 3 x 17 x 131
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
20043 = 32 x 17 x 131 หรือ 32 x 171 x 1311

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 20043

1แยกตัวประกอบของ 20043 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 171 x 1311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 131 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 20043 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 20043 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇