ตัวประกอบของ 19669 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19669
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19669 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19669 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19669 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19669 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19669 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 13, 17, 89, 221, 1157, 1513, 19669
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19669 ÷ 1 | = | 19669 | เหลือเศษ 0 |
| 19669 ÷ 13 | = | 1513 | เหลือเศษ 0 |
| 19669 ÷ 17 | = | 1157 | เหลือเศษ 0 |
| 19669 ÷ 89 | = | 221 | เหลือเศษ 0 |
| 19669 ÷ 221 | = | 89 | เหลือเศษ 0 |
| 19669 ÷ 1157 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 19669 ÷ 1513 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 19669 ÷ 19669 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19669
| 1 x 19669 | = | 19669 |
| 13 x 1513 | = | 19669 |
| 17 x 1157 | = | 19669 |
| 89 x 221 | = | 19669 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19669
1 + 13 + 17 + 89 + 221 + 1157 + 1513 + 19669 = 22680
▶ ตัวประกอบของ 19669 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
13, 17, 89
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19669 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19669 = 13 x 17 x 89
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19669 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19669 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19669 มา 1 คู่ เช่น 13 x 1513
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19669
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19669 แบบที่หนึ่ง
- 19669
- 89
- 221
- 13
- 17
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19669 แบบที่สอง
- 19669
- 13
- 1513
- 17
- 89
ดังนั้น 19669 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19669 =
13 x 17 x 89
2. การแยกตัวประกอบของ 19669 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19669 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19669 นั้นก็คือ 13, 17, 89 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19669
13)1966917)151389)891ดังนั้น 19669 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19669 = 13 x 17 x 89วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19669
1แยกตัวประกอบของ 19669 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 171 x 8912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 89 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19669 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19669 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19669 นั้นก็คือ 13, 17, 89 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19669
13
)19669
17
)1513
89
)89
1
ดังนั้น 19669 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19669 = 13 x 17 x 89
1แยกตัวประกอบของ 19669 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 171 x 891
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 89 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19669 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19669 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
