ตัวประกอบของ 16817 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16817
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16817 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16817 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 16817 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16817 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16817 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 67, 251, 16817
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16817 ÷ 1 | = | 16817 | เหลือเศษ 0 |
| 16817 ÷ 67 | = | 251 | เหลือเศษ 0 |
| 16817 ÷ 251 | = | 67 | เหลือเศษ 0 |
| 16817 ÷ 16817 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16817
| 1 x 16817 | = | 16817 |
| 67 x 251 | = | 16817 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16817
1 + 67 + 251 + 16817 = 17136
▶ ตัวประกอบของ 16817 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
67, 251
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16817 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16817 = 67 x 251
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16817 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16817 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16817 มา 1 คู่ เช่น 67 x 251
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16817
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16817
- 16817
- 67
- 251
ดังนั้น 16817 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16817 =
67 x 251
2. การแยกตัวประกอบของ 16817 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16817 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16817 นั้นก็คือ 67, 251 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16817
67)16817251)2511ดังนั้น 16817 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16817 = 67 x 251วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16817
1แยกตัวประกอบของ 16817 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 671 x 25112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 67 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 251 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16817 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16817 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16817 นั้นก็คือ 67, 251 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16817
67
)16817
251
)251
1
ดังนั้น 16817 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16817 = 67 x 251
1แยกตัวประกอบของ 16817 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 671 x 2511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 67 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 251 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16817 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16817 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
