ตัวประกอบของ 16813 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16813
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16813 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16813 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 16813 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16813 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16813 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 17, 23, 43, 391, 731, 989, 16813
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16813 ÷ 1 | = | 16813 | เหลือเศษ 0 |
| 16813 ÷ 17 | = | 989 | เหลือเศษ 0 |
| 16813 ÷ 23 | = | 731 | เหลือเศษ 0 |
| 16813 ÷ 43 | = | 391 | เหลือเศษ 0 |
| 16813 ÷ 391 | = | 43 | เหลือเศษ 0 |
| 16813 ÷ 731 | = | 23 | เหลือเศษ 0 |
| 16813 ÷ 989 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 16813 ÷ 16813 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16813
| 1 x 16813 | = | 16813 |
| 17 x 989 | = | 16813 |
| 23 x 731 | = | 16813 |
| 43 x 391 | = | 16813 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16813
1 + 17 + 23 + 43 + 391 + 731 + 989 + 16813 = 19008
▶ ตัวประกอบของ 16813 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
17, 23, 43
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16813 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16813 = 17 x 23 x 43
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16813 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16813 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16813 มา 1 คู่ เช่น 17 x 989
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16813
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16813 แบบที่หนึ่ง
- 16813
- 43
- 391
- 17
- 23
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16813 แบบที่สอง
- 16813
- 17
- 989
- 23
- 43
ดังนั้น 16813 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16813 =
17 x 23 x 43
2. การแยกตัวประกอบของ 16813 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16813 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16813 นั้นก็คือ 17, 23, 43 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16813
17)1681323)98943)431ดังนั้น 16813 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16813 = 17 x 23 x 43วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16813
1แยกตัวประกอบของ 16813 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 171 x 231 x 4312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16813 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16813 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16813 นั้นก็คือ 17, 23, 43 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16813
17
)16813
23
)989
43
)43
1
ดังนั้น 16813 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16813 = 17 x 23 x 43
1แยกตัวประกอบของ 16813 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 171 x 231 x 431
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16813 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16813 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
