ตัวประกอบของ 91315 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 91315
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 91315 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 91315 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 91315 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 91315 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 91315 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 7, 35, 2609, 13045, 18263, 91315
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 91315 ÷ 1 | = | 91315 | เหลือเศษ 0 |
| 91315 ÷ 5 | = | 18263 | เหลือเศษ 0 |
| 91315 ÷ 7 | = | 13045 | เหลือเศษ 0 |
| 91315 ÷ 35 | = | 2609 | เหลือเศษ 0 |
| 91315 ÷ 2609 | = | 35 | เหลือเศษ 0 |
| 91315 ÷ 13045 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 91315 ÷ 18263 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 91315 ÷ 91315 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 91315
| 1 x 91315 | = | 91315 |
| 5 x 18263 | = | 91315 |
| 7 x 13045 | = | 91315 |
| 35 x 2609 | = | 91315 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 91315
1 + 5 + 7 + 35 + 2609 + 13045 + 18263 + 91315 = 125280
▶ ตัวประกอบของ 91315 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 7, 2609
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 91315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
91315 = 5 x 7 x 2609
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 91315 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 91315 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 91315 มา 1 คู่ เช่น 5 x 18263
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 91315
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 91315 แบบที่หนึ่ง
- 91315
- 35
- 5
- 7
- 2609
- 35
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 91315 แบบที่สอง
- 91315
- 5
- 18263
- 7
- 2609
ดังนั้น 91315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
91315 =
5 x 7 x 2609
2. การแยกตัวประกอบของ 91315 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 91315 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 91315 นั้นก็คือ 5, 7, 2609 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 91315
5)913157)182632609)26091ดังนั้น 91315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้91315 = 5 x 7 x 2609วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 91315
1แยกตัวประกอบของ 91315 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 71 x 260912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2609 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 91315 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 91315 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 91315 นั้นก็คือ 5, 7, 2609 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 91315
5
)91315
7
)18263
2609
)2609
1
ดังนั้น 91315 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
91315 = 5 x 7 x 2609
1แยกตัวประกอบของ 91315 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 71 x 26091
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2609 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 91315 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 91315 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
