ตัวประกอบของ 84832 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 84832
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 84832 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 84832 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 84832 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 84832 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 84832 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 11, 16, 22, 32, 44, 88, 176, 241, 352, 482, 964, 1928, 2651, 3856, 5302, 7712, 10604, 21208, 42416, 84832
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 84832 ÷ 1 | = | 84832 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 2 | = | 42416 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 4 | = | 21208 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 8 | = | 10604 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 11 | = | 7712 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 16 | = | 5302 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 22 | = | 3856 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 32 | = | 2651 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 44 | = | 1928 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 88 | = | 964 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 176 | = | 482 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 241 | = | 352 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 352 | = | 241 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 482 | = | 176 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 964 | = | 88 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 1928 | = | 44 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 2651 | = | 32 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 3856 | = | 22 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 5302 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 7712 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 10604 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 21208 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 42416 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 84832 ÷ 84832 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 84832
| 1 x 84832 | = | 84832 |
| 2 x 42416 | = | 84832 |
| 4 x 21208 | = | 84832 |
| 8 x 10604 | = | 84832 |
| 11 x 7712 | = | 84832 |
| 16 x 5302 | = | 84832 |
| 22 x 3856 | = | 84832 |
| 32 x 2651 | = | 84832 |
| 44 x 1928 | = | 84832 |
| 88 x 964 | = | 84832 |
| 176 x 482 | = | 84832 |
| 241 x 352 | = | 84832 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 84832
1 + 2 + 4 + 8 + 11 + 16 + 22 + 32 + 44 + 88 + 176 + 241 + 352 + 482 + 964 + 1928 + 2651 + 3856 + 5302 + 7712 + 10604 + 21208 + 42416 + 84832 = 182952
▶ ตัวประกอบของ 84832 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 11, 241
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 84832 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
84832 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 11 x 241
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 84832 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
84832 = 25 x 11 x 241
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 84832 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
84832 = 25 x 11 x 241
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 84832 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 84832 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 84832 มา 1 คู่ เช่น 2 x 42416
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 84832
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 84832 แบบที่หนึ่ง
- 84832
- 241
- 352
- 16
- 4
- 2
- 2
- 4
- 2
- 2
- 4
- 22
- 2
- 11
- 16
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 84832 แบบที่สอง
- 84832
- 2
- 42416
- 2
- 21208
- 2
- 10604
- 2
- 5302
- 2
- 2651
- 11
- 241
ดังนั้น 84832 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
84832 =
2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 11 x 241
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
84832 =
25 x 11 x 241 หรือ 25 x 111 x 2411
2. การแยกตัวประกอบของ 84832 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 84832 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 84832 นั้นก็คือ 2, 11, 241 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 84832
2)848322)424162)212082)106042)530211)2651241)2411ดังนั้น 84832 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้84832 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 11 x 241หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง84832 = 25 x 11 x 241 หรือ 25 x 111 x 2411วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 84832
1แยกตัวประกอบของ 84832 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 25 x 111 x 24112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 5 ให้เอา 5 + 1 = 6
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 241 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 6 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 84832 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 84832 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 84832 นั้นก็คือ 2, 11, 241 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 84832
2
)84832
2
)42416
2
)21208
2
)10604
2
)5302
11
)2651
241
)241
1
ดังนั้น 84832 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
84832 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 11 x 241
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
84832 = 25 x 11 x 241 หรือ 25 x 111 x 2411
1แยกตัวประกอบของ 84832 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 25 x 111 x 2411
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 5 ให้เอา 5 + 1 = 6
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 241 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 6 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 84832 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 84832 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
