ตัวประกอบของ 81933 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 81933
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 81933 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 81933 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 81933 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 81933 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 81933 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 31, 93, 881, 2643, 27311, 81933
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 81933 ÷ 1 | = | 81933 | เหลือเศษ 0 |
| 81933 ÷ 3 | = | 27311 | เหลือเศษ 0 |
| 81933 ÷ 31 | = | 2643 | เหลือเศษ 0 |
| 81933 ÷ 93 | = | 881 | เหลือเศษ 0 |
| 81933 ÷ 881 | = | 93 | เหลือเศษ 0 |
| 81933 ÷ 2643 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 81933 ÷ 27311 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 81933 ÷ 81933 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 81933
| 1 x 81933 | = | 81933 |
| 3 x 27311 | = | 81933 |
| 31 x 2643 | = | 81933 |
| 93 x 881 | = | 81933 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 81933
1 + 3 + 31 + 93 + 881 + 2643 + 27311 + 81933 = 112896
▶ ตัวประกอบของ 81933 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 31, 881
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 81933 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81933 = 3 x 31 x 881
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 81933 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 81933 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 81933 มา 1 คู่ เช่น 3 x 27311
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81933
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 81933 แบบที่หนึ่ง
- 81933
- 93
- 3
- 31
- 881
- 93
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 81933 แบบที่สอง
- 81933
- 3
- 27311
- 31
- 881
ดังนั้น 81933 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81933 =
3 x 31 x 881
2. การแยกตัวประกอบของ 81933 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 81933 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 81933 นั้นก็คือ 3, 31, 881 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81933
3)8193331)27311881)8811ดังนั้น 81933 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้81933 = 3 x 31 x 881วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 81933
1แยกตัวประกอบของ 81933 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 311 x 88112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 881 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 81933 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 81933 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 81933 นั้นก็คือ 3, 31, 881 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81933
3
)81933
31
)27311
881
)881
1
ดังนั้น 81933 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81933 = 3 x 31 x 881
1แยกตัวประกอบของ 81933 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 311 x 8811
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 881 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 81933 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 81933 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
