ตัวประกอบของ 81032 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 81032
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 81032 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 81032 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 81032 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 81032 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 81032 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 28, 56, 1447, 2894, 5788, 10129, 11576, 20258, 40516, 81032
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 81032 ÷ 1 | = | 81032 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 2 | = | 40516 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 4 | = | 20258 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 7 | = | 11576 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 8 | = | 10129 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 14 | = | 5788 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 28 | = | 2894 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 56 | = | 1447 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 1447 | = | 56 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 2894 | = | 28 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 5788 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 10129 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 11576 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 20258 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 40516 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 81032 ÷ 81032 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 81032
| 1 x 81032 | = | 81032 |
| 2 x 40516 | = | 81032 |
| 4 x 20258 | = | 81032 |
| 7 x 11576 | = | 81032 |
| 8 x 10129 | = | 81032 |
| 14 x 5788 | = | 81032 |
| 28 x 2894 | = | 81032 |
| 56 x 1447 | = | 81032 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 81032
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 28 + 56 + 1447 + 2894 + 5788 + 10129 + 11576 + 20258 + 40516 + 81032 = 173760
▶ ตัวประกอบของ 81032 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 1447
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 81032 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81032 = 2 x 2 x 2 x 7 x 1447
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 81032 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
81032 = 23 x 7 x 1447
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 81032 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
81032 = 23 x 7 x 1447
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 81032 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 81032 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 81032 มา 1 คู่ เช่น 2 x 40516
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81032
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 81032 แบบที่หนึ่ง
- 81032
- 56
- 7
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 1447
- 56
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 81032 แบบที่สอง
- 81032
- 2
- 40516
- 2
- 20258
- 2
- 10129
- 7
- 1447
ดังนั้น 81032 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81032 =
2 x 2 x 2 x 7 x 1447
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
81032 =
23 x 7 x 1447 หรือ 23 x 71 x 14471
2. การแยกตัวประกอบของ 81032 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 81032 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 81032 นั้นก็คือ 2, 7, 1447 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81032
2)810322)405162)202587)101291447)14471ดังนั้น 81032 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้81032 = 2 x 2 x 2 x 7 x 1447หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง81032 = 23 x 7 x 1447 หรือ 23 x 71 x 14471วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 81032
1แยกตัวประกอบของ 81032 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 71 x 144712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1447 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 81032 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 81032 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 81032 นั้นก็คือ 2, 7, 1447 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81032
2
)81032
2
)40516
2
)20258
7
)10129
1447
)1447
1
ดังนั้น 81032 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81032 = 2 x 2 x 2 x 7 x 1447
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
81032 = 23 x 7 x 1447 หรือ 23 x 71 x 14471
1แยกตัวประกอบของ 81032 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 71 x 14471
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1447 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 81032 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 81032 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
