ตัวประกอบของ 55546 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 55546
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 55546 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 55546 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 55546 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 55546 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 55546 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 27773, 55546
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 55546 ÷ 1 | = | 55546 | เหลือเศษ 0 |
| 55546 ÷ 2 | = | 27773 | เหลือเศษ 0 |
| 55546 ÷ 27773 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 55546 ÷ 55546 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 55546
| 1 x 55546 | = | 55546 |
| 2 x 27773 | = | 55546 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 55546
1 + 2 + 27773 + 55546 = 83322
▶ ตัวประกอบของ 55546 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 27773
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 55546 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
55546 = 2 x 27773
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 55546 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 55546 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 55546 มา 1 คู่ เช่น 2 x 27773
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 55546
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 55546
- 55546
- 2
- 27773
ดังนั้น 55546 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
55546 =
2 x 27773
2. การแยกตัวประกอบของ 55546 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 55546 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 55546 นั้นก็คือ 2, 27773 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 55546
2)5554627773)277731ดังนั้น 55546 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้55546 = 2 x 27773วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 55546
1แยกตัวประกอบของ 55546 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 2777312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 27773 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 55546 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 55546 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 55546 นั้นก็คือ 2, 27773 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 55546
2
)55546
27773
)27773
1
ดังนั้น 55546 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
55546 = 2 x 27773
1แยกตัวประกอบของ 55546 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 277731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 27773 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 55546 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 55546 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
