ตัวประกอบของ 50303 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 50303
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 50303 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 50303 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 50303 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 50303 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 50303 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 11, 17, 187, 269, 2959, 4573, 50303
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 50303 ÷ 1 | = | 50303 | เหลือเศษ 0 |
| 50303 ÷ 11 | = | 4573 | เหลือเศษ 0 |
| 50303 ÷ 17 | = | 2959 | เหลือเศษ 0 |
| 50303 ÷ 187 | = | 269 | เหลือเศษ 0 |
| 50303 ÷ 269 | = | 187 | เหลือเศษ 0 |
| 50303 ÷ 2959 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 50303 ÷ 4573 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 50303 ÷ 50303 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 50303
| 1 x 50303 | = | 50303 |
| 11 x 4573 | = | 50303 |
| 17 x 2959 | = | 50303 |
| 187 x 269 | = | 50303 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 50303
1 + 11 + 17 + 187 + 269 + 2959 + 4573 + 50303 = 58320
▶ ตัวประกอบของ 50303 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
11, 17, 269
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 50303 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50303 = 11 x 17 x 269
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 50303 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 50303 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 50303 มา 1 คู่ เช่น 11 x 4573
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50303
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 50303 แบบที่หนึ่ง
- 50303
- 187
- 11
- 17
- 269
- 187
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 50303 แบบที่สอง
- 50303
- 11
- 4573
- 17
- 269
ดังนั้น 50303 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50303 =
11 x 17 x 269
2. การแยกตัวประกอบของ 50303 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 50303 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 50303 นั้นก็คือ 11, 17, 269 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50303
11)5030317)4573269)2691ดังนั้น 50303 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้50303 = 11 x 17 x 269วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 50303
1แยกตัวประกอบของ 50303 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 111 x 171 x 26912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 269 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 50303 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 50303 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 50303 นั้นก็คือ 11, 17, 269 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50303
11
)50303
17
)4573
269
)269
1
ดังนั้น 50303 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50303 = 11 x 17 x 269
1แยกตัวประกอบของ 50303 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 111 x 171 x 2691
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 269 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 50303 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 50303 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
