ตัวประกอบของ 48607 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 48607
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 48607 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 48607 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 48607 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 48607 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 48607 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 13, 3739, 48607
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 48607 ÷ 1 | = | 48607 | เหลือเศษ 0 |
| 48607 ÷ 13 | = | 3739 | เหลือเศษ 0 |
| 48607 ÷ 3739 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 48607 ÷ 48607 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 48607
| 1 x 48607 | = | 48607 |
| 13 x 3739 | = | 48607 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 48607
1 + 13 + 3739 + 48607 = 52360
▶ ตัวประกอบของ 48607 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
13, 3739
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 48607 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48607 = 13 x 3739
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 48607 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 48607 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 48607 มา 1 คู่ เช่น 13 x 3739
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48607
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48607
- 48607
- 13
- 3739
ดังนั้น 48607 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48607 =
13 x 3739
2. การแยกตัวประกอบของ 48607 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 48607 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48607 นั้นก็คือ 13, 3739 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48607
13)486073739)37391ดังนั้น 48607 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้48607 = 13 x 3739วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 48607
1แยกตัวประกอบของ 48607 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 373912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3739 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48607 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 48607 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48607 นั้นก็คือ 13, 3739 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48607
13
)48607
3739
)3739
1
ดังนั้น 48607 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48607 = 13 x 3739
1แยกตัวประกอบของ 48607 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 37391
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3739 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48607 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 48607 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
