ตัวประกอบของ 48616 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 48616
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 48616 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 48616 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 48616 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 48616 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 48616 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 59, 103, 118, 206, 236, 412, 472, 824, 6077, 12154, 24308, 48616
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 48616 ÷ 1 | = | 48616 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 2 | = | 24308 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 4 | = | 12154 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 8 | = | 6077 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 59 | = | 824 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 103 | = | 472 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 118 | = | 412 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 206 | = | 236 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 236 | = | 206 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 412 | = | 118 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 472 | = | 103 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 824 | = | 59 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 6077 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 12154 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 24308 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 48616 ÷ 48616 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 48616
| 1 x 48616 | = | 48616 |
| 2 x 24308 | = | 48616 |
| 4 x 12154 | = | 48616 |
| 8 x 6077 | = | 48616 |
| 59 x 824 | = | 48616 |
| 103 x 472 | = | 48616 |
| 118 x 412 | = | 48616 |
| 206 x 236 | = | 48616 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 48616
1 + 2 + 4 + 8 + 59 + 103 + 118 + 206 + 236 + 412 + 472 + 824 + 6077 + 12154 + 24308 + 48616 = 93600
▶ ตัวประกอบของ 48616 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 59, 103
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 48616 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48616 = 2 x 2 x 2 x 59 x 103
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 48616 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
48616 = 23 x 59 x 103
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 48616 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
48616 = 23 x 59 x 103
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 48616 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 48616 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 48616 มา 1 คู่ เช่น 2 x 24308
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48616
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48616 แบบที่หนึ่ง
- 48616
- 206
- 2
- 103
- 236
- 4
- 2
- 2
- 59
- 4
- 206
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48616 แบบที่สอง
- 48616
- 2
- 24308
- 2
- 12154
- 2
- 6077
- 59
- 103
ดังนั้น 48616 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48616 =
2 x 2 x 2 x 59 x 103
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
48616 =
23 x 59 x 103 หรือ 23 x 591 x 1031
2. การแยกตัวประกอบของ 48616 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 48616 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48616 นั้นก็คือ 2, 59, 103 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48616
2)486162)243082)1215459)6077103)1031ดังนั้น 48616 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้48616 = 2 x 2 x 2 x 59 x 103หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง48616 = 23 x 59 x 103 หรือ 23 x 591 x 1031วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 48616
1แยกตัวประกอบของ 48616 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 591 x 10312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 59 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 103 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48616 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 48616 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48616 นั้นก็คือ 2, 59, 103 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48616
2
)48616
2
)24308
2
)12154
59
)6077
103
)103
1
ดังนั้น 48616 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48616 = 2 x 2 x 2 x 59 x 103
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
48616 = 23 x 59 x 103 หรือ 23 x 591 x 1031
1แยกตัวประกอบของ 48616 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 591 x 1031
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 59 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 103 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48616 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 48616 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
