ตัวประกอบของ 32682 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32682
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32682 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32682 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32682 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32682 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32682 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 13, 26, 39, 78, 419, 838, 1257, 2514, 5447, 10894, 16341, 32682
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32682 ÷ 1 | = | 32682 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 2 | = | 16341 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 3 | = | 10894 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 6 | = | 5447 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 13 | = | 2514 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 26 | = | 1257 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 39 | = | 838 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 78 | = | 419 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 419 | = | 78 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 838 | = | 39 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 1257 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 2514 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 5447 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 10894 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 16341 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 32682 ÷ 32682 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32682
| 1 x 32682 | = | 32682 |
| 2 x 16341 | = | 32682 |
| 3 x 10894 | = | 32682 |
| 6 x 5447 | = | 32682 |
| 13 x 2514 | = | 32682 |
| 26 x 1257 | = | 32682 |
| 39 x 838 | = | 32682 |
| 78 x 419 | = | 32682 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32682
1 + 2 + 3 + 6 + 13 + 26 + 39 + 78 + 419 + 838 + 1257 + 2514 + 5447 + 10894 + 16341 + 32682 = 70560
▶ ตัวประกอบของ 32682 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 13, 419
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32682 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32682 = 2 x 3 x 13 x 419
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32682 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32682 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32682 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16341
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32682
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32682 แบบที่หนึ่ง
- 32682
- 78
- 6
- 2
- 3
- 13
- 6
- 419
- 78
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32682 แบบที่สอง
- 32682
- 2
- 16341
- 3
- 5447
- 13
- 419
ดังนั้น 32682 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32682 =
2 x 3 x 13 x 419
2. การแยกตัวประกอบของ 32682 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32682 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32682 นั้นก็คือ 2, 3, 13, 419 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32682
2)326823)1634113)5447419)4191ดังนั้น 32682 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32682 = 2 x 3 x 13 x 419วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32682
1แยกตัวประกอบของ 32682 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 131 x 41912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 419 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32682 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32682 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32682 นั้นก็คือ 2, 3, 13, 419 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32682
2
)32682
3
)16341
13
)5447
419
)419
1
ดังนั้น 32682 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32682 = 2 x 3 x 13 x 419
1แยกตัวประกอบของ 32682 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 131 x 4191
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 419 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32682 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32682 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
