ตัวประกอบของ 32452 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32452
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32452 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32452 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32452 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32452 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32452 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 14, 19, 28, 38, 61, 76, 122, 133, 244, 266, 427, 532, 854, 1159, 1708, 2318, 4636, 8113, 16226, 32452
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32452 ÷ 1 | = | 32452 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 2 | = | 16226 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 4 | = | 8113 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 7 | = | 4636 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 14 | = | 2318 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 19 | = | 1708 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 28 | = | 1159 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 38 | = | 854 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 61 | = | 532 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 76 | = | 427 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 122 | = | 266 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 133 | = | 244 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 244 | = | 133 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 266 | = | 122 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 427 | = | 76 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 532 | = | 61 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 854 | = | 38 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 1159 | = | 28 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 1708 | = | 19 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 2318 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 4636 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 8113 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 16226 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 32452 ÷ 32452 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32452
| 1 x 32452 | = | 32452 |
| 2 x 16226 | = | 32452 |
| 4 x 8113 | = | 32452 |
| 7 x 4636 | = | 32452 |
| 14 x 2318 | = | 32452 |
| 19 x 1708 | = | 32452 |
| 28 x 1159 | = | 32452 |
| 38 x 854 | = | 32452 |
| 61 x 532 | = | 32452 |
| 76 x 427 | = | 32452 |
| 122 x 266 | = | 32452 |
| 133 x 244 | = | 32452 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32452
1 + 2 + 4 + 7 + 14 + 19 + 28 + 38 + 61 + 76 + 122 + 133 + 244 + 266 + 427 + 532 + 854 + 1159 + 1708 + 2318 + 4636 + 8113 + 16226 + 32452 = 69440
▶ ตัวประกอบของ 32452 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 7, 19, 61
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32452 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32452 = 2 x 2 x 7 x 19 x 61
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32452 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32452 = 22 x 7 x 19 x 61
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32452 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32452 = 22 x 7 x 19 x 61
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32452 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32452 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32452 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16226
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32452
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32452 แบบที่หนึ่ง
- 32452
- 133
- 7
- 19
- 244
- 4
- 2
- 2
- 61
- 4
- 133
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32452 แบบที่สอง
- 32452
- 2
- 16226
- 2
- 8113
- 7
- 1159
- 19
- 61
ดังนั้น 32452 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32452 =
2 x 2 x 7 x 19 x 61
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32452 =
22 x 7 x 19 x 61 หรือ 22 x 71 x 191 x 611
2. การแยกตัวประกอบของ 32452 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32452 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32452 นั้นก็คือ 2, 7, 19, 61 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32452
2)324522)162267)811319)115961)611ดังนั้น 32452 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32452 = 2 x 2 x 7 x 19 x 61หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง32452 = 22 x 7 x 19 x 61 หรือ 22 x 71 x 191 x 611วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32452
1แยกตัวประกอบของ 32452 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 71 x 191 x 6112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 61 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32452 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32452 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32452 นั้นก็คือ 2, 7, 19, 61 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32452
2
)32452
2
)16226
7
)8113
19
)1159
61
)61
1
ดังนั้น 32452 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32452 = 2 x 2 x 7 x 19 x 61
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32452 = 22 x 7 x 19 x 61 หรือ 22 x 71 x 191 x 611
1แยกตัวประกอบของ 32452 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 71 x 191 x 611
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 61 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32452 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32452 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
