ตัวประกอบของ 32147 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32147
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32147 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32147 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32147 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32147 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32147 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 17, 31, 61, 527, 1037, 1891, 32147
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32147 ÷ 1 | = | 32147 | เหลือเศษ 0 |
| 32147 ÷ 17 | = | 1891 | เหลือเศษ 0 |
| 32147 ÷ 31 | = | 1037 | เหลือเศษ 0 |
| 32147 ÷ 61 | = | 527 | เหลือเศษ 0 |
| 32147 ÷ 527 | = | 61 | เหลือเศษ 0 |
| 32147 ÷ 1037 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 32147 ÷ 1891 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 32147 ÷ 32147 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32147
| 1 x 32147 | = | 32147 |
| 17 x 1891 | = | 32147 |
| 31 x 1037 | = | 32147 |
| 61 x 527 | = | 32147 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32147
1 + 17 + 31 + 61 + 527 + 1037 + 1891 + 32147 = 35712
▶ ตัวประกอบของ 32147 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
17, 31, 61
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32147 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32147 = 17 x 31 x 61
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32147 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32147 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32147 มา 1 คู่ เช่น 17 x 1891
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32147
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32147 แบบที่หนึ่ง
- 32147
- 61
- 527
- 17
- 31
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32147 แบบที่สอง
- 32147
- 17
- 1891
- 31
- 61
ดังนั้น 32147 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32147 =
17 x 31 x 61
2. การแยกตัวประกอบของ 32147 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32147 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32147 นั้นก็คือ 17, 31, 61 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32147
17)3214731)189161)611ดังนั้น 32147 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32147 = 17 x 31 x 61วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32147
1แยกตัวประกอบของ 32147 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 171 x 311 x 6112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 61 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32147 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32147 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32147 นั้นก็คือ 17, 31, 61 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32147
17
)32147
31
)1891
61
)61
1
ดังนั้น 32147 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32147 = 17 x 31 x 61
1แยกตัวประกอบของ 32147 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 171 x 311 x 611
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 61 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32147 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32147 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
