โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 31956 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 31956

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 31956 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 31956 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 12, 2663, 5326, 7989, 10652, 15978, 31956
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
31956 ÷ 1=31956เหลือเศษ 0
31956 ÷ 2=15978เหลือเศษ 0
31956 ÷ 3=10652เหลือเศษ 0
31956 ÷ 4=7989เหลือเศษ 0
31956 ÷ 6=5326เหลือเศษ 0
31956 ÷ 12=2663เหลือเศษ 0
31956 ÷ 2663=12เหลือเศษ 0
31956 ÷ 5326=6เหลือเศษ 0
31956 ÷ 7989=4เหลือเศษ 0
31956 ÷ 10652=3เหลือเศษ 0
31956 ÷ 15978=2เหลือเศษ 0
31956 ÷ 31956=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 31956
1 x 31956
2 x 15978
3 x 10652
4 x 7989
6 x 5326
12 x 2663
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 31956
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 12 + 2663 + 5326 + 7989 + 10652 + 15978 + 31956 = 74592
ตัวประกอบของ 31956 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 2663
การแยกตัวประกอบคืออะไร

31956 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

31956 = 2 x 2 x 3 x 2663
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 31956 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
31956 = 22 x 3 x 2663
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 31956 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 31956 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 31956 มา 1 คู่ เช่น 2 x 15978
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31956
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31956 แบบที่หนึ่ง
  • 31956
    • 12
      • 3
      • 4
        • 2
        • 2
    • 2663

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31956 แบบที่สอง
  • 31956
    • 2
    • 15978
      • 2
      • 7989
        • 3
        • 2663
ดังนั้น 31956 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31956 = 2 x 2 x 3 x 2663
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31956 = 22 x 3 x 2663 หรือ 22 x 31 x 26631

2. การแยกตัวประกอบของ 31956 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 31956 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31956 นั้นก็คือ 2, 3, 2663 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31956

2
)31956
2
)15978
3
)7989
2663
)2663
1
ดังนั้น 31956 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31956 = 2 x 2 x 3 x 2663
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
31956 = 22 x 3 x 2663 หรือ 22 x 31 x 26631

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 31956

1แยกตัวประกอบของ 31956 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 26631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 2663 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31956 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 31956 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇