ตัวประกอบของ 31166 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 31166
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 31166 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 31166 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 31166 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 31166 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 31166 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 15583, 31166
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 31166 ÷ 1 | = | 31166 | เหลือเศษ 0 |
| 31166 ÷ 2 | = | 15583 | เหลือเศษ 0 |
| 31166 ÷ 15583 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 31166 ÷ 31166 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 31166
| 1 x 31166 | = | 31166 |
| 2 x 15583 | = | 31166 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 31166
1 + 2 + 15583 + 31166 = 46752
▶ ตัวประกอบของ 31166 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 15583
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 31166 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31166 = 2 x 15583
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 31166 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 31166 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 31166 มา 1 คู่ เช่น 2 x 15583
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31166
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31166
- 31166
- 2
- 15583
ดังนั้น 31166 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31166 =
2 x 15583
2. การแยกตัวประกอบของ 31166 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 31166 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31166 นั้นก็คือ 2, 15583 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31166
2)3116615583)155831ดังนั้น 31166 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้31166 = 2 x 15583วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 31166
1แยกตัวประกอบของ 31166 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 1558312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 15583 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31166 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 31166 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31166 นั้นก็คือ 2, 15583 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31166
2
)31166
15583
)15583
1
ดังนั้น 31166 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31166 = 2 x 15583
1แยกตัวประกอบของ 31166 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 155831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 15583 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31166 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 31166 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
