ตัวประกอบของ 21352 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 21352
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 21352 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 21352 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 21352 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 21352 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 21352 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 17, 34, 68, 136, 157, 314, 628, 1256, 2669, 5338, 10676, 21352
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 21352 ÷ 1 | = | 21352 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 2 | = | 10676 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 4 | = | 5338 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 8 | = | 2669 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 17 | = | 1256 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 34 | = | 628 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 68 | = | 314 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 136 | = | 157 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 157 | = | 136 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 314 | = | 68 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 628 | = | 34 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 1256 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 2669 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 5338 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 10676 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 21352 ÷ 21352 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 21352
| 1 x 21352 | = | 21352 |
| 2 x 10676 | = | 21352 |
| 4 x 5338 | = | 21352 |
| 8 x 2669 | = | 21352 |
| 17 x 1256 | = | 21352 |
| 34 x 628 | = | 21352 |
| 68 x 314 | = | 21352 |
| 136 x 157 | = | 21352 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 21352
1 + 2 + 4 + 8 + 17 + 34 + 68 + 136 + 157 + 314 + 628 + 1256 + 2669 + 5338 + 10676 + 21352 = 42660
▶ ตัวประกอบของ 21352 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 17, 157
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 21352 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21352 = 2 x 2 x 2 x 17 x 157
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 21352 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
21352 = 23 x 17 x 157
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 21352 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
21352 = 23 x 17 x 157
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 21352 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 21352 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 21352 มา 1 คู่ เช่น 2 x 10676
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21352
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21352 แบบที่หนึ่ง
- 21352
- 136
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 17
- 8
- 157
- 136
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21352 แบบที่สอง
- 21352
- 2
- 10676
- 2
- 5338
- 2
- 2669
- 17
- 157
ดังนั้น 21352 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21352 =
2 x 2 x 2 x 17 x 157
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
21352 =
23 x 17 x 157 หรือ 23 x 171 x 1571
2. การแยกตัวประกอบของ 21352 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 21352 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21352 นั้นก็คือ 2, 17, 157 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21352
2)213522)106762)533817)2669157)1571ดังนั้น 21352 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้21352 = 2 x 2 x 2 x 17 x 157หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง21352 = 23 x 17 x 157 หรือ 23 x 171 x 1571วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 21352
1แยกตัวประกอบของ 21352 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 171 x 15712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 157 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21352 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 21352 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21352 นั้นก็คือ 2, 17, 157 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21352
2
)21352
2
)10676
2
)5338
17
)2669
157
)157
1
ดังนั้น 21352 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21352 = 2 x 2 x 2 x 17 x 157
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
21352 = 23 x 17 x 157 หรือ 23 x 171 x 1571
1แยกตัวประกอบของ 21352 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 171 x 1571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 157 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21352 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 21352 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
