ตัวประกอบของ 19834 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19834
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19834 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19834 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19834 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19834 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19834 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 47, 94, 211, 422, 9917, 19834
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19834 ÷ 1 | = | 19834 | เหลือเศษ 0 |
| 19834 ÷ 2 | = | 9917 | เหลือเศษ 0 |
| 19834 ÷ 47 | = | 422 | เหลือเศษ 0 |
| 19834 ÷ 94 | = | 211 | เหลือเศษ 0 |
| 19834 ÷ 211 | = | 94 | เหลือเศษ 0 |
| 19834 ÷ 422 | = | 47 | เหลือเศษ 0 |
| 19834 ÷ 9917 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 19834 ÷ 19834 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19834
| 1 x 19834 | = | 19834 |
| 2 x 9917 | = | 19834 |
| 47 x 422 | = | 19834 |
| 94 x 211 | = | 19834 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19834
1 + 2 + 47 + 94 + 211 + 422 + 9917 + 19834 = 30528
▶ ตัวประกอบของ 19834 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 47, 211
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19834 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19834 = 2 x 47 x 211
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19834 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19834 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19834 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9917
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19834
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19834 แบบที่หนึ่ง
- 19834
- 94
- 2
- 47
- 211
- 94
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19834 แบบที่สอง
- 19834
- 2
- 9917
- 47
- 211
ดังนั้น 19834 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19834 =
2 x 47 x 211
2. การแยกตัวประกอบของ 19834 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19834 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19834 นั้นก็คือ 2, 47, 211 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19834
2)1983447)9917211)2111ดังนั้น 19834 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19834 = 2 x 47 x 211วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19834
1แยกตัวประกอบของ 19834 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 471 x 21112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 211 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19834 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19834 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19834 นั้นก็คือ 2, 47, 211 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19834
2
)19834
47
)9917
211
)211
1
ดังนั้น 19834 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19834 = 2 x 47 x 211
1แยกตัวประกอบของ 19834 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 471 x 2111
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 211 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19834 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19834 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
