โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19616 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19616

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19616 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19616 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 16, 32, 613, 1226, 2452, 4904, 9808, 19616
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19616 ÷ 1=19616เหลือเศษ 0
19616 ÷ 2=9808เหลือเศษ 0
19616 ÷ 4=4904เหลือเศษ 0
19616 ÷ 8=2452เหลือเศษ 0
19616 ÷ 16=1226เหลือเศษ 0
19616 ÷ 32=613เหลือเศษ 0
19616 ÷ 613=32เหลือเศษ 0
19616 ÷ 1226=16เหลือเศษ 0
19616 ÷ 2452=8เหลือเศษ 0
19616 ÷ 4904=4เหลือเศษ 0
19616 ÷ 9808=2เหลือเศษ 0
19616 ÷ 19616=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19616
1 x 19616
2 x 9808
4 x 4904
8 x 2452
16 x 1226
32 x 613
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19616
1 + 2 + 4 + 8 + 16 + 32 + 613 + 1226 + 2452 + 4904 + 9808 + 19616 = 38682
ตัวประกอบของ 19616 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 613
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19616 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19616 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 613
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19616 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19616 = 25 x 613
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19616 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19616 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19616 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9808
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19616
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19616 แบบที่หนึ่ง
  • 19616
    • 32
      • 4
        • 2
        • 2
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
    • 613

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19616 แบบที่สอง
  • 19616
    • 2
    • 9808
      • 2
      • 4904
        • 2
        • 2452
          • 2
          • 1226
            • 2
            • 613
ดังนั้น 19616 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19616 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 613
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19616 = 25 x 613 หรือ 25 x 6131

2. การแยกตัวประกอบของ 19616 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19616 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19616 นั้นก็คือ 2, 613 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19616

2
)19616
2
)9808
2
)4904
2
)2452
2
)1226
613
)613
1
ดังนั้น 19616 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19616 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 613
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19616 = 25 x 613 หรือ 25 x 6131

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19616

1แยกตัวประกอบของ 19616 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 25 x 6131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 5 ให้เอา 5 + 1 = 6
  • 👉 613 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 6 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19616 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19616 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇