ตัวประกอบของ 19542 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19542
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19542 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19542 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19542 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19542 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19542 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 3257, 6514, 9771, 19542
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19542 ÷ 1 | = | 19542 | เหลือเศษ 0 |
| 19542 ÷ 2 | = | 9771 | เหลือเศษ 0 |
| 19542 ÷ 3 | = | 6514 | เหลือเศษ 0 |
| 19542 ÷ 6 | = | 3257 | เหลือเศษ 0 |
| 19542 ÷ 3257 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 19542 ÷ 6514 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 19542 ÷ 9771 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 19542 ÷ 19542 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19542
| 1 x 19542 | = | 19542 |
| 2 x 9771 | = | 19542 |
| 3 x 6514 | = | 19542 |
| 6 x 3257 | = | 19542 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19542
1 + 2 + 3 + 6 + 3257 + 6514 + 9771 + 19542 = 39096
▶ ตัวประกอบของ 19542 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 3257
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19542 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19542 = 2 x 3 x 3257
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19542 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19542 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19542 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9771
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19542
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19542 แบบที่หนึ่ง
- 19542
- 6
- 2
- 3
- 3257
- 6
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19542 แบบที่สอง
- 19542
- 2
- 9771
- 3
- 3257
ดังนั้น 19542 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19542 =
2 x 3 x 3257
2. การแยกตัวประกอบของ 19542 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19542 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19542 นั้นก็คือ 2, 3, 3257 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19542
2)195423)97713257)32571ดังนั้น 19542 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19542 = 2 x 3 x 3257วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19542
1แยกตัวประกอบของ 19542 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 325712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3257 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19542 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19542 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19542 นั้นก็คือ 2, 3, 3257 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19542
2
)19542
3
)9771
3257
)3257
1
ดังนั้น 19542 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19542 = 2 x 3 x 3257
1แยกตัวประกอบของ 19542 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 32571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3257 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19542 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19542 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
