โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19532 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19532

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19532 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19532 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 4, 19, 38, 76, 257, 514, 1028, 4883, 9766, 19532
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19532 ÷ 1=19532เหลือเศษ 0
19532 ÷ 2=9766เหลือเศษ 0
19532 ÷ 4=4883เหลือเศษ 0
19532 ÷ 19=1028เหลือเศษ 0
19532 ÷ 38=514เหลือเศษ 0
19532 ÷ 76=257เหลือเศษ 0
19532 ÷ 257=76เหลือเศษ 0
19532 ÷ 514=38เหลือเศษ 0
19532 ÷ 1028=19เหลือเศษ 0
19532 ÷ 4883=4เหลือเศษ 0
19532 ÷ 9766=2เหลือเศษ 0
19532 ÷ 19532=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19532
1 x 19532
2 x 9766
4 x 4883
19 x 1028
38 x 514
76 x 257
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19532
1 + 2 + 4 + 19 + 38 + 76 + 257 + 514 + 1028 + 4883 + 9766 + 19532 = 36120
ตัวประกอบของ 19532 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 19, 257
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19532 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19532 = 2 x 2 x 19 x 257
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19532 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19532 = 22 x 19 x 257
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19532 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19532 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19532 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9766
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19532
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19532 แบบที่หนึ่ง
  • 19532
    • 76
      • 4
        • 2
        • 2
      • 19
    • 257

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19532 แบบที่สอง
  • 19532
    • 2
    • 9766
      • 2
      • 4883
        • 19
        • 257
ดังนั้น 19532 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19532 = 2 x 2 x 19 x 257
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19532 = 22 x 19 x 257 หรือ 22 x 191 x 2571

2. การแยกตัวประกอบของ 19532 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19532 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19532 นั้นก็คือ 2, 19, 257 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19532

2
)19532
2
)9766
19
)4883
257
)257
1
ดังนั้น 19532 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19532 = 2 x 2 x 19 x 257
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19532 = 22 x 19 x 257 หรือ 22 x 191 x 2571

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19532

1แยกตัวประกอบของ 19532 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 191 x 2571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 257 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19532 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19532 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇