โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19166 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19166

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19166 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19166 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 7, 14, 37, 74, 259, 518, 1369, 2738, 9583, 19166
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19166 ÷ 1=19166เหลือเศษ 0
19166 ÷ 2=9583เหลือเศษ 0
19166 ÷ 7=2738เหลือเศษ 0
19166 ÷ 14=1369เหลือเศษ 0
19166 ÷ 37=518เหลือเศษ 0
19166 ÷ 74=259เหลือเศษ 0
19166 ÷ 259=74เหลือเศษ 0
19166 ÷ 518=37เหลือเศษ 0
19166 ÷ 1369=14เหลือเศษ 0
19166 ÷ 2738=7เหลือเศษ 0
19166 ÷ 9583=2เหลือเศษ 0
19166 ÷ 19166=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19166
1 x 19166
2 x 9583
7 x 2738
14 x 1369
37 x 518
74 x 259
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19166
1 + 2 + 7 + 14 + 37 + 74 + 259 + 518 + 1369 + 2738 + 9583 + 19166 = 33768
ตัวประกอบของ 19166 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 37
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19166 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19166 = 2 x 7 x 37 x 37
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19166 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19166 = 2 x 7 x 372
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19166 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19166 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19166 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9583
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19166
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19166 แบบที่หนึ่ง
  • 19166
    • 74
      • 2
      • 37
    • 259
      • 7
      • 37

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19166 แบบที่สอง
  • 19166
    • 2
    • 9583
      • 7
      • 1369
        • 37
        • 37
ดังนั้น 19166 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19166 = 2 x 7 x 37 x 37
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19166 = 2 x 7 x 372 หรือ 21 x 71 x 372

2. การแยกตัวประกอบของ 19166 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19166 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19166 นั้นก็คือ 2, 7, 37 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19166

2
)19166
7
)9583
37
)1369
37
)37
1
ดังนั้น 19166 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19166 = 2 x 7 x 37 x 37
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19166 = 2 x 7 x 372 หรือ 21 x 71 x 372

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19166

1แยกตัวประกอบของ 19166 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 372
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 3 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19166 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19166 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇