ตัวประกอบของ 17102 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17102
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 17102 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 17102 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 17102 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 17102 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 17102 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 17, 34, 503, 1006, 8551, 17102
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 17102 ÷ 1 | = | 17102 | เหลือเศษ 0 |
| 17102 ÷ 2 | = | 8551 | เหลือเศษ 0 |
| 17102 ÷ 17 | = | 1006 | เหลือเศษ 0 |
| 17102 ÷ 34 | = | 503 | เหลือเศษ 0 |
| 17102 ÷ 503 | = | 34 | เหลือเศษ 0 |
| 17102 ÷ 1006 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 17102 ÷ 8551 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 17102 ÷ 17102 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17102
| 1 x 17102 | = | 17102 |
| 2 x 8551 | = | 17102 |
| 17 x 1006 | = | 17102 |
| 34 x 503 | = | 17102 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17102
1 + 2 + 17 + 34 + 503 + 1006 + 8551 + 17102 = 27216
▶ ตัวประกอบของ 17102 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 17, 503
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 17102 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17102 = 2 x 17 x 503
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 17102 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17102 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17102 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8551
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17102
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17102 แบบที่หนึ่ง
- 17102
- 34
- 2
- 17
- 503
- 34
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17102 แบบที่สอง
- 17102
- 2
- 8551
- 17
- 503
ดังนั้น 17102 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17102 =
2 x 17 x 503
2. การแยกตัวประกอบของ 17102 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 17102 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17102 นั้นก็คือ 2, 17, 503 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17102
2)1710217)8551503)5031ดังนั้น 17102 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้17102 = 2 x 17 x 503วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17102
1แยกตัวประกอบของ 17102 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 171 x 50312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 503 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17102 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 17102 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17102 นั้นก็คือ 2, 17, 503 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17102
2
)17102
17
)8551
503
)503
1
ดังนั้น 17102 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17102 = 2 x 17 x 503
1แยกตัวประกอบของ 17102 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 171 x 5031
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 503 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17102 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17102 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
