ตัวประกอบของ 16300 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16300
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16300 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16300 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 16300 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16300 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16300 มีทั้งหมด 18 ตัวคือ 1, 2, 4, 5, 10, 20, 25, 50, 100, 163, 326, 652, 815, 1630, 3260, 4075, 8150, 16300
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16300 ÷ 1 | = | 16300 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 2 | = | 8150 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 4 | = | 4075 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 5 | = | 3260 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 10 | = | 1630 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 20 | = | 815 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 25 | = | 652 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 50 | = | 326 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 100 | = | 163 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 163 | = | 100 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 326 | = | 50 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 652 | = | 25 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 815 | = | 20 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 1630 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 3260 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 4075 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 8150 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 16300 ÷ 16300 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16300
| 1 x 16300 | = | 16300 |
| 2 x 8150 | = | 16300 |
| 4 x 4075 | = | 16300 |
| 5 x 3260 | = | 16300 |
| 10 x 1630 | = | 16300 |
| 20 x 815 | = | 16300 |
| 25 x 652 | = | 16300 |
| 50 x 326 | = | 16300 |
| 100 x 163 | = | 16300 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16300
1 + 2 + 4 + 5 + 10 + 20 + 25 + 50 + 100 + 163 + 326 + 652 + 815 + 1630 + 3260 + 4075 + 8150 + 16300 = 35588
▶ ตัวประกอบของ 16300 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 5, 163
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16300 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16300 = 2 x 2 x 5 x 5 x 163
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16300 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16300 = 22 x 52 x 163
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16300 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16300 = 22 x 52 x 163
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16300 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16300 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16300 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8150
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16300
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16300 แบบที่หนึ่ง
- 16300
- 100
- 10
- 2
- 5
- 10
- 2
- 5
- 10
- 163
- 100
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16300 แบบที่สอง
- 16300
- 2
- 8150
- 2
- 4075
- 5
- 815
- 5
- 163
ดังนั้น 16300 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16300 =
2 x 2 x 5 x 5 x 163
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16300 =
22 x 52 x 163 หรือ 22 x 52 x 1631
2. การแยกตัวประกอบของ 16300 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16300 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16300 นั้นก็คือ 2, 5, 163 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16300
2)163002)81505)40755)815163)1631ดังนั้น 16300 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16300 = 2 x 2 x 5 x 5 x 163หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง16300 = 22 x 52 x 163 หรือ 22 x 52 x 1631วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16300
1แยกตัวประกอบของ 16300 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 52 x 16312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 163 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 3 x 2 = 18✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16300 มีทั้งหมด 18 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16300 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16300 นั้นก็คือ 2, 5, 163 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16300
2
)16300
2
)8150
5
)4075
5
)815
163
)163
1
ดังนั้น 16300 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16300 = 2 x 2 x 5 x 5 x 163
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16300 = 22 x 52 x 163 หรือ 22 x 52 x 1631
1แยกตัวประกอบของ 16300 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 52 x 1631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 163 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 3 x 2 = 18✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16300 มีทั้งหมด 18 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16300 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
