โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 13468 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13468

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 13468 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 13468 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 13, 14, 26, 28, 37, 52, 74, 91, 148, 182, 259, 364, 481, 518, 962, 1036, 1924, 3367, 6734, 13468
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
13468 ÷ 1=13468เหลือเศษ 0
13468 ÷ 2=6734เหลือเศษ 0
13468 ÷ 4=3367เหลือเศษ 0
13468 ÷ 7=1924เหลือเศษ 0
13468 ÷ 13=1036เหลือเศษ 0
13468 ÷ 14=962เหลือเศษ 0
13468 ÷ 26=518เหลือเศษ 0
13468 ÷ 28=481เหลือเศษ 0
13468 ÷ 37=364เหลือเศษ 0
13468 ÷ 52=259เหลือเศษ 0
13468 ÷ 74=182เหลือเศษ 0
13468 ÷ 91=148เหลือเศษ 0
13468 ÷ 148=91เหลือเศษ 0
13468 ÷ 182=74เหลือเศษ 0
13468 ÷ 259=52เหลือเศษ 0
13468 ÷ 364=37เหลือเศษ 0
13468 ÷ 481=28เหลือเศษ 0
13468 ÷ 518=26เหลือเศษ 0
13468 ÷ 962=14เหลือเศษ 0
13468 ÷ 1036=13เหลือเศษ 0
13468 ÷ 1924=7เหลือเศษ 0
13468 ÷ 3367=4เหลือเศษ 0
13468 ÷ 6734=2เหลือเศษ 0
13468 ÷ 13468=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13468
1 x 13468
2 x 6734
4 x 3367
7 x 1924
13 x 1036
14 x 962
26 x 518
28 x 481
37 x 364
52 x 259
74 x 182
91 x 148
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13468
1 + 2 + 4 + 7 + 13 + 14 + 26 + 28 + 37 + 52 + 74 + 91 + 148 + 182 + 259 + 364 + 481 + 518 + 962 + 1036 + 1924 + 3367 + 6734 + 13468 = 29792
ตัวประกอบของ 13468 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 7, 13, 37
การแยกตัวประกอบคืออะไร

13468 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

13468 = 2 x 2 x 7 x 13 x 37
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13468 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13468 = 22 x 7 x 13 x 37
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 13468 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13468 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13468 มา 1 คู่ เช่น 2 x 6734
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13468
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13468 แบบที่หนึ่ง
  • 13468
    • 91
      • 7
      • 13
    • 148
      • 4
        • 2
        • 2
      • 37

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13468 แบบที่สอง
  • 13468
    • 2
    • 6734
      • 2
      • 3367
        • 7
        • 481
          • 13
          • 37
ดังนั้น 13468 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13468 = 2 x 2 x 7 x 13 x 37
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13468 = 22 x 7 x 13 x 37 หรือ 22 x 71 x 131 x 371

2. การแยกตัวประกอบของ 13468 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 13468 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13468 นั้นก็คือ 2, 7, 13, 37 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13468

2
)13468
2
)6734
7
)3367
13
)481
37
)37
1
ดังนั้น 13468 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13468 = 2 x 2 x 7 x 13 x 37
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13468 = 22 x 7 x 13 x 37 หรือ 22 x 71 x 131 x 371

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13468

1แยกตัวประกอบของ 13468 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 71 x 131 x 371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13468 มีทั้งหมด 24 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13468 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇