ตัวประกอบของ 81025 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 81025
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 81025 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 81025 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 81025 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 81025 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 81025 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 5, 7, 25, 35, 175, 463, 2315, 3241, 11575, 16205, 81025
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 81025 ÷ 1 | = | 81025 | เหลือเศษ 0 |
| 81025 ÷ 5 | = | 16205 | เหลือเศษ 0 |
| 81025 ÷ 7 | = | 11575 | เหลือเศษ 0 |
| 81025 ÷ 25 | = | 3241 | เหลือเศษ 0 |
| 81025 ÷ 35 | = | 2315 | เหลือเศษ 0 |
| 81025 ÷ 175 | = | 463 | เหลือเศษ 0 |
| 81025 ÷ 463 | = | 175 | เหลือเศษ 0 |
| 81025 ÷ 2315 | = | 35 | เหลือเศษ 0 |
| 81025 ÷ 3241 | = | 25 | เหลือเศษ 0 |
| 81025 ÷ 11575 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 81025 ÷ 16205 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 81025 ÷ 81025 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 81025
| 1 x 81025 | = | 81025 |
| 5 x 16205 | = | 81025 |
| 7 x 11575 | = | 81025 |
| 25 x 3241 | = | 81025 |
| 35 x 2315 | = | 81025 |
| 175 x 463 | = | 81025 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 81025
1 + 5 + 7 + 25 + 35 + 175 + 463 + 2315 + 3241 + 11575 + 16205 + 81025 = 115072
▶ ตัวประกอบของ 81025 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 7, 463
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 81025 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81025 = 5 x 5 x 7 x 463
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 81025 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
81025 = 52 x 7 x 463
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 81025 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
81025 = 52 x 7 x 463
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 81025 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 81025 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 81025 มา 1 คู่ เช่น 5 x 16205
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81025
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 81025 แบบที่หนึ่ง
- 81025
- 175
- 7
- 25
- 5
- 5
- 463
- 175
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 81025 แบบที่สอง
- 81025
- 5
- 16205
- 5
- 3241
- 7
- 463
ดังนั้น 81025 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81025 =
5 x 5 x 7 x 463
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
81025 =
52 x 7 x 463 หรือ 52 x 71 x 4631
2. การแยกตัวประกอบของ 81025 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 81025 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 81025 นั้นก็คือ 5, 7, 463 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81025
5)810255)162057)3241463)4631ดังนั้น 81025 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้81025 = 5 x 5 x 7 x 463หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง81025 = 52 x 7 x 463 หรือ 52 x 71 x 4631วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 81025
1แยกตัวประกอบของ 81025 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 52 x 71 x 46312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 463 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 81025 มีทั้งหมด 12 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 81025 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 81025 นั้นก็คือ 5, 7, 463 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 81025
5
)81025
5
)16205
7
)3241
463
)463
1
ดังนั้น 81025 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
81025 = 5 x 5 x 7 x 463
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
81025 = 52 x 7 x 463 หรือ 52 x 71 x 4631
1แยกตัวประกอบของ 81025 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 52 x 71 x 4631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 463 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 81025 มีทั้งหมด 12 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 81025 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
