ตัวประกอบของ 48513 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 48513
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 48513 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 48513 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 48513 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 48513 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 48513 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 103, 157, 309, 471, 16171, 48513
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 48513 ÷ 1 | = | 48513 | เหลือเศษ 0 |
| 48513 ÷ 3 | = | 16171 | เหลือเศษ 0 |
| 48513 ÷ 103 | = | 471 | เหลือเศษ 0 |
| 48513 ÷ 157 | = | 309 | เหลือเศษ 0 |
| 48513 ÷ 309 | = | 157 | เหลือเศษ 0 |
| 48513 ÷ 471 | = | 103 | เหลือเศษ 0 |
| 48513 ÷ 16171 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 48513 ÷ 48513 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 48513
| 1 x 48513 | = | 48513 |
| 3 x 16171 | = | 48513 |
| 103 x 471 | = | 48513 |
| 157 x 309 | = | 48513 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 48513
1 + 3 + 103 + 157 + 309 + 471 + 16171 + 48513 = 65728
▶ ตัวประกอบของ 48513 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 103, 157
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 48513 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48513 = 3 x 103 x 157
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 48513 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 48513 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 48513 มา 1 คู่ เช่น 3 x 16171
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48513
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48513 แบบที่หนึ่ง
- 48513
- 157
- 309
- 3
- 103
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48513 แบบที่สอง
- 48513
- 3
- 16171
- 103
- 157
ดังนั้น 48513 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48513 =
3 x 103 x 157
2. การแยกตัวประกอบของ 48513 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 48513 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48513 นั้นก็คือ 3, 103, 157 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48513
3)48513103)16171157)1571ดังนั้น 48513 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้48513 = 3 x 103 x 157วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 48513
1แยกตัวประกอบของ 48513 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 1031 x 15712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 103 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 157 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48513 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 48513 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48513 นั้นก็คือ 3, 103, 157 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48513
3
)48513
103
)16171
157
)157
1
ดังนั้น 48513 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48513 = 3 x 103 x 157
1แยกตัวประกอบของ 48513 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 1031 x 1571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 103 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 157 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48513 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 48513 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
