ตัวประกอบของ 48515 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 48515
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 48515 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 48515 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 48515 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 48515 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 48515 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 31, 155, 313, 1565, 9703, 48515
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 48515 ÷ 1 | = | 48515 | เหลือเศษ 0 |
| 48515 ÷ 5 | = | 9703 | เหลือเศษ 0 |
| 48515 ÷ 31 | = | 1565 | เหลือเศษ 0 |
| 48515 ÷ 155 | = | 313 | เหลือเศษ 0 |
| 48515 ÷ 313 | = | 155 | เหลือเศษ 0 |
| 48515 ÷ 1565 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 48515 ÷ 9703 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 48515 ÷ 48515 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 48515
| 1 x 48515 | = | 48515 |
| 5 x 9703 | = | 48515 |
| 31 x 1565 | = | 48515 |
| 155 x 313 | = | 48515 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 48515
1 + 5 + 31 + 155 + 313 + 1565 + 9703 + 48515 = 60288
▶ ตัวประกอบของ 48515 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 31, 313
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 48515 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48515 = 5 x 31 x 313
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 48515 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 48515 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 48515 มา 1 คู่ เช่น 5 x 9703
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48515
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48515 แบบที่หนึ่ง
- 48515
- 155
- 5
- 31
- 313
- 155
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48515 แบบที่สอง
- 48515
- 5
- 9703
- 31
- 313
ดังนั้น 48515 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48515 =
5 x 31 x 313
2. การแยกตัวประกอบของ 48515 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 48515 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48515 นั้นก็คือ 5, 31, 313 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48515
5)4851531)9703313)3131ดังนั้น 48515 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้48515 = 5 x 31 x 313วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 48515
1แยกตัวประกอบของ 48515 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 311 x 31312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 313 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48515 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 48515 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48515 นั้นก็คือ 5, 31, 313 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48515
5
)48515
31
)9703
313
)313
1
ดังนั้น 48515 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48515 = 5 x 31 x 313
1แยกตัวประกอบของ 48515 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 311 x 3131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 313 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48515 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 48515 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
