ตัวประกอบของ 48333 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 48333
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 48333 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 48333 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 48333 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 48333 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 48333 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 3, 16111, 48333
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 48333 ÷ 1 | = | 48333 | เหลือเศษ 0 |
| 48333 ÷ 3 | = | 16111 | เหลือเศษ 0 |
| 48333 ÷ 16111 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 48333 ÷ 48333 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 48333
| 1 x 48333 | = | 48333 |
| 3 x 16111 | = | 48333 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 48333
1 + 3 + 16111 + 48333 = 64448
▶ ตัวประกอบของ 48333 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 16111
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 48333 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48333 = 3 x 16111
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 48333 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 48333 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 48333 มา 1 คู่ เช่น 3 x 16111
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48333
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48333
- 48333
- 3
- 16111
ดังนั้น 48333 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48333 =
3 x 16111
2. การแยกตัวประกอบของ 48333 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 48333 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48333 นั้นก็คือ 3, 16111 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48333
3)4833316111)161111ดังนั้น 48333 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้48333 = 3 x 16111วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 48333
1แยกตัวประกอบของ 48333 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 1611112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 16111 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48333 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 48333 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48333 นั้นก็คือ 3, 16111 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48333
3
)48333
16111
)16111
1
ดังนั้น 48333 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48333 = 3 x 16111
1แยกตัวประกอบของ 48333 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 161111
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 16111 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48333 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 48333 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
