โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32630 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32630

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32630 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32630 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 5, 10, 13, 26, 65, 130, 251, 502, 1255, 2510, 3263, 6526, 16315, 32630
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32630 ÷ 1=32630เหลือเศษ 0
32630 ÷ 2=16315เหลือเศษ 0
32630 ÷ 5=6526เหลือเศษ 0
32630 ÷ 10=3263เหลือเศษ 0
32630 ÷ 13=2510เหลือเศษ 0
32630 ÷ 26=1255เหลือเศษ 0
32630 ÷ 65=502เหลือเศษ 0
32630 ÷ 130=251เหลือเศษ 0
32630 ÷ 251=130เหลือเศษ 0
32630 ÷ 502=65เหลือเศษ 0
32630 ÷ 1255=26เหลือเศษ 0
32630 ÷ 2510=13เหลือเศษ 0
32630 ÷ 3263=10เหลือเศษ 0
32630 ÷ 6526=5เหลือเศษ 0
32630 ÷ 16315=2เหลือเศษ 0
32630 ÷ 32630=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32630
1 x 32630
2 x 16315
5 x 6526
10 x 3263
13 x 2510
26 x 1255
65 x 502
130 x 251
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32630
1 + 2 + 5 + 10 + 13 + 26 + 65 + 130 + 251 + 502 + 1255 + 2510 + 3263 + 6526 + 16315 + 32630 = 63504
ตัวประกอบของ 32630 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 5, 13, 251
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32630 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32630 = 2 x 5 x 13 x 251
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32630 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32630 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32630 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16315
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32630
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32630 แบบที่หนึ่ง
  • 32630
    • 130
      • 10
        • 2
        • 5
      • 13
    • 251

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32630 แบบที่สอง
  • 32630
    • 2
    • 16315
      • 5
      • 3263
        • 13
        • 251
ดังนั้น 32630 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32630 = 2 x 5 x 13 x 251

2. การแยกตัวประกอบของ 32630 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32630 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32630 นั้นก็คือ 2, 5, 13, 251 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32630

2
)32630
5
)16315
13
)3263
251
)251
1
ดังนั้น 32630 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32630 = 2 x 5 x 13 x 251

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32630

1แยกตัวประกอบของ 32630 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 51 x 131 x 2511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 251 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32630 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32630 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇