โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32103 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32103

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32103 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32103 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 9, 27, 29, 41, 87, 123, 261, 369, 783, 1107, 1189, 3567, 10701, 32103
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32103 ÷ 1=32103เหลือเศษ 0
32103 ÷ 3=10701เหลือเศษ 0
32103 ÷ 9=3567เหลือเศษ 0
32103 ÷ 27=1189เหลือเศษ 0
32103 ÷ 29=1107เหลือเศษ 0
32103 ÷ 41=783เหลือเศษ 0
32103 ÷ 87=369เหลือเศษ 0
32103 ÷ 123=261เหลือเศษ 0
32103 ÷ 261=123เหลือเศษ 0
32103 ÷ 369=87เหลือเศษ 0
32103 ÷ 783=41เหลือเศษ 0
32103 ÷ 1107=29เหลือเศษ 0
32103 ÷ 1189=27เหลือเศษ 0
32103 ÷ 3567=9เหลือเศษ 0
32103 ÷ 10701=3เหลือเศษ 0
32103 ÷ 32103=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32103
1 x 32103
3 x 10701
9 x 3567
27 x 1189
29 x 1107
41 x 783
87 x 369
123 x 261
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32103
1 + 3 + 9 + 27 + 29 + 41 + 87 + 123 + 261 + 369 + 783 + 1107 + 1189 + 3567 + 10701 + 32103 = 50400
ตัวประกอบของ 32103 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 29, 41
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32103 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32103 = 3 x 3 x 3 x 29 x 41
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32103 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32103 = 33 x 29 x 41
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32103 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32103 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32103 มา 1 คู่ เช่น 3 x 10701
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32103
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32103 แบบที่หนึ่ง
  • 32103
    • 123
      • 3
      • 41
    • 261
      • 9
        • 3
        • 3
      • 29

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32103 แบบที่สอง
  • 32103
    • 3
    • 10701
      • 3
      • 3567
        • 3
        • 1189
          • 29
          • 41
ดังนั้น 32103 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32103 = 3 x 3 x 3 x 29 x 41
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32103 = 33 x 29 x 41 หรือ 33 x 291 x 411

2. การแยกตัวประกอบของ 32103 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32103 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32103 นั้นก็คือ 3, 29, 41 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32103

3
)32103
3
)10701
3
)3567
29
)1189
41
)41
1
ดังนั้น 32103 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32103 = 3 x 3 x 3 x 29 x 41
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32103 = 33 x 29 x 41 หรือ 33 x 291 x 411

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32103

1แยกตัวประกอบของ 32103 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 33 x 291 x 411
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 41 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32103 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32103 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇