ตัวประกอบของ 32102 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32102
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32102 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32102 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32102 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32102 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32102 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 7, 14, 2293, 4586, 16051, 32102
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32102 ÷ 1 | = | 32102 | เหลือเศษ 0 |
| 32102 ÷ 2 | = | 16051 | เหลือเศษ 0 |
| 32102 ÷ 7 | = | 4586 | เหลือเศษ 0 |
| 32102 ÷ 14 | = | 2293 | เหลือเศษ 0 |
| 32102 ÷ 2293 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 32102 ÷ 4586 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 32102 ÷ 16051 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 32102 ÷ 32102 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32102
| 1 x 32102 | = | 32102 |
| 2 x 16051 | = | 32102 |
| 7 x 4586 | = | 32102 |
| 14 x 2293 | = | 32102 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32102
1 + 2 + 7 + 14 + 2293 + 4586 + 16051 + 32102 = 55056
▶ ตัวประกอบของ 32102 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 2293
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32102 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32102 = 2 x 7 x 2293
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32102 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32102 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32102 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16051
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32102
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32102 แบบที่หนึ่ง
- 32102
- 14
- 2
- 7
- 2293
- 14
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32102 แบบที่สอง
- 32102
- 2
- 16051
- 7
- 2293
ดังนั้น 32102 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32102 =
2 x 7 x 2293
2. การแยกตัวประกอบของ 32102 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32102 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32102 นั้นก็คือ 2, 7, 2293 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32102
2)321027)160512293)22931ดังนั้น 32102 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32102 = 2 x 7 x 2293วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32102
1แยกตัวประกอบของ 32102 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 229312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2293 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32102 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32102 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32102 นั้นก็คือ 2, 7, 2293 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32102
2
)32102
7
)16051
2293
)2293
1
ดังนั้น 32102 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32102 = 2 x 7 x 2293
1แยกตัวประกอบของ 32102 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 22931
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2293 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32102 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32102 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
