ตัวประกอบของ 31953 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 31953
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 31953 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 31953 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 31953 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 31953 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 31953 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 3, 10651, 31953
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 31953 ÷ 1 | = | 31953 | เหลือเศษ 0 |
| 31953 ÷ 3 | = | 10651 | เหลือเศษ 0 |
| 31953 ÷ 10651 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 31953 ÷ 31953 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 31953
| 1 x 31953 | = | 31953 |
| 3 x 10651 | = | 31953 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 31953
1 + 3 + 10651 + 31953 = 42608
▶ ตัวประกอบของ 31953 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 10651
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 31953 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31953 = 3 x 10651
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 31953 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 31953 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 31953 มา 1 คู่ เช่น 3 x 10651
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31953
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31953
- 31953
- 3
- 10651
ดังนั้น 31953 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31953 =
3 x 10651
2. การแยกตัวประกอบของ 31953 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 31953 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31953 นั้นก็คือ 3, 10651 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31953
3)3195310651)106511ดังนั้น 31953 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้31953 = 3 x 10651วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 31953
1แยกตัวประกอบของ 31953 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 1065112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 10651 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31953 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 31953 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31953 นั้นก็คือ 3, 10651 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31953
3
)31953
10651
)10651
1
ดังนั้น 31953 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31953 = 3 x 10651
1แยกตัวประกอบของ 31953 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 106511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 10651 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31953 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 31953 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
