ตัวประกอบของ 19671 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19671
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19671 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19671 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19671 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19671 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19671 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 79, 83, 237, 249, 6557, 19671
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19671 ÷ 1 | = | 19671 | เหลือเศษ 0 |
| 19671 ÷ 3 | = | 6557 | เหลือเศษ 0 |
| 19671 ÷ 79 | = | 249 | เหลือเศษ 0 |
| 19671 ÷ 83 | = | 237 | เหลือเศษ 0 |
| 19671 ÷ 237 | = | 83 | เหลือเศษ 0 |
| 19671 ÷ 249 | = | 79 | เหลือเศษ 0 |
| 19671 ÷ 6557 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 19671 ÷ 19671 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19671
| 1 x 19671 | = | 19671 |
| 3 x 6557 | = | 19671 |
| 79 x 249 | = | 19671 |
| 83 x 237 | = | 19671 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19671
1 + 3 + 79 + 83 + 237 + 249 + 6557 + 19671 = 26880
▶ ตัวประกอบของ 19671 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 79, 83
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19671 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19671 = 3 x 79 x 83
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19671 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19671 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19671 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6557
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19671
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19671 แบบที่หนึ่ง
- 19671
- 83
- 237
- 3
- 79
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19671 แบบที่สอง
- 19671
- 3
- 6557
- 79
- 83
ดังนั้น 19671 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19671 =
3 x 79 x 83
2. การแยกตัวประกอบของ 19671 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19671 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19671 นั้นก็คือ 3, 79, 83 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19671
3)1967179)655783)831ดังนั้น 19671 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19671 = 3 x 79 x 83วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19671
1แยกตัวประกอบของ 19671 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 791 x 8312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 79 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 83 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19671 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19671 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19671 นั้นก็คือ 3, 79, 83 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19671
3
)19671
79
)6557
83
)83
1
ดังนั้น 19671 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19671 = 3 x 79 x 83
1แยกตัวประกอบของ 19671 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 791 x 831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 79 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 83 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19671 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19671 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
