ตัวประกอบของ 19535 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19535
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19535 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19535 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 19535 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19535 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19535 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 5, 3907, 19535
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19535 ÷ 1 | = | 19535 | เหลือเศษ 0 |
| 19535 ÷ 5 | = | 3907 | เหลือเศษ 0 |
| 19535 ÷ 3907 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 19535 ÷ 19535 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19535
| 1 x 19535 | = | 19535 |
| 5 x 3907 | = | 19535 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19535
1 + 5 + 3907 + 19535 = 23448
▶ ตัวประกอบของ 19535 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
5, 3907
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19535 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19535 = 5 x 3907
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19535 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19535 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19535 มา 1 คู่ เช่น 5 x 3907
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19535
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19535
- 19535
- 5
- 3907
ดังนั้น 19535 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19535 =
5 x 3907
2. การแยกตัวประกอบของ 19535 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19535 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19535 นั้นก็คือ 5, 3907 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19535
5)195353907)39071ดังนั้น 19535 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19535 = 5 x 3907วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19535
1แยกตัวประกอบของ 19535 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 390712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3907 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19535 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19535 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19535 นั้นก็คือ 5, 3907 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19535
5
)19535
3907
)3907
1
ดังนั้น 19535 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19535 = 5 x 3907
1แยกตัวประกอบของ 19535 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 39071
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3907 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19535 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19535 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
