โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19462 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19462

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19462 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19462 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 37, 74, 263, 526, 9731, 19462
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19462 ÷ 1=19462เหลือเศษ 0
19462 ÷ 2=9731เหลือเศษ 0
19462 ÷ 37=526เหลือเศษ 0
19462 ÷ 74=263เหลือเศษ 0
19462 ÷ 263=74เหลือเศษ 0
19462 ÷ 526=37เหลือเศษ 0
19462 ÷ 9731=2เหลือเศษ 0
19462 ÷ 19462=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19462
1 x 19462
2 x 9731
37 x 526
74 x 263
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19462
1 + 2 + 37 + 74 + 263 + 526 + 9731 + 19462 = 30096
ตัวประกอบของ 19462 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 37, 263
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19462 = 2 x 37 x 263
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19462 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19462 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19462 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9731
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19462
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19462 แบบที่หนึ่ง
  • 19462
    • 74
      • 2
      • 37
    • 263

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19462 แบบที่สอง
  • 19462
    • 2
    • 9731
      • 37
      • 263
ดังนั้น 19462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19462 = 2 x 37 x 263

2. การแยกตัวประกอบของ 19462 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19462 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19462 นั้นก็คือ 2, 37, 263 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19462

2
)19462
37
)9731
263
)263
1
ดังนั้น 19462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19462 = 2 x 37 x 263

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19462

1แยกตัวประกอบของ 19462 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 371 x 2631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 263 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19462 มีทั้งหมด 8 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19462 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇